Get Adobe Flash player


(ไฟล์ "เสียงวรสาร" โดย วัดแม่พระกุหลาบทิพย์ กรุงเทพฯ)

การประสูติของพระเยซูเจ้า

1ครั้งนั้น พระจักรพรรดิออกัสตัสaทรงออกพระราชกฤษฎีกาให้มีการสำรวจสำมะโนประชากรทั่วจักรวรรดิโรมัน  2การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งแรกนี้bมีขึ้นเมื่อคีรินีอัสเป็นผู้ว่าราชการแคว้นซีเรีย  3ทุกคนต่างไปลงทะเบียนในเมืองของตน  4โยเซฟออกเดินทางจากเมืองนาซาเร็ธในแคว้นกาลิลีไปยังเมืองของกษัตริย์ดาวิดชื่อเบธเลเฮมในแคว้นยูเดีย เพราะโยเซฟสืบเชื้อสายมาจากราชวงศ์กษัตริย์ดาวิด  5ท่านไปลงทะเบียนพร้อมกับพระนางมารีย์ ซึ่งกำลังทรงพระครรภ์  6ขณะที่อยู่ที่นั่น ก็ถึงกำหนดเวลาที่พระนางมารีย์จะมีพระประสูติกาล  7พระนางประสูติพระโอรสองค์แรกcทรงใช้ผ้าพันพระวรกายพระกุมารนั้น แล้วทรงวางไว้ในรางหญ้า เนื่องจากไม่มีที่ในห้องพักแรมเลยd  8ในบริเวณนั้นมีคนเลี้ยงแกะกลุ่มหนึ่งอยู่กลางแจ้ง กำลังเฝ้าฝูงแกะในยามกลางคืน  9ทูตสวรรค์องค์หนึ่งของพระเจ้าปรากฏองค์ต่อหน้าเขา และพระสิริของพระเจ้าก็ส่องแสงรอบตัวเขา คนเลี้ยงแกะมีความกลัวอย่างยิ่ง  10แต่ทูตสวรรค์กล่าวแก่เขาว่า “อย่ากลัวเลย เพราะเรานำข่าวดีมาบอกท่านทั้งหลาย เป็นข่าวดีที่จะทำให้ประชาชนทุกคนยินดีอย่างยิ่ง  11วันนี้ ในเมืองของกษัตริย์ดาวิด พระผู้ไถ่ประสูติเพื่อท่านแล้ว พระองค์คือพระคริสต์ องค์พระผู้เป็นเจ้าe  12ท่านจะรู้จักพระองค์ได้จากเครื่องหมายนี้ ท่านจะพบกุมารคนหนึ่ง มีผ้าพันกายนอนอยู่ในรางหญ้า”  13ทันใดนั้น ทูตสวรรค์อีกจำนวนมากปรากฏมาสมทบกับทูตสวรรค์องค์นั้น ร้องสรรเสริญพระเจ้าว่า

14พระสิริรุ่งโรจน์จงมีแด่พระเจ้าในสวรรค์สูงสุด

และบนแผ่นดิน สันติจงมีแก่มนุษย์ที่พระองค์โปรดปรานf

15เมื่อบรรดาทูตสวรรค์จากเขากลับสู่สวรรค์แล้ว คนเลี้ยงแกะเหล่านั้นจึงพูดกันว่า “เราจงไปเมืองเบธเลเฮมกันเถิด จะได้เห็นเหตุการณ์นี้ที่พระเจ้าทรงแจ้งให้เรารู้”  16เขาจึงรีบไปและพบพระนางมารีย์ โยเซฟ และพระกุมารซึ่งบรรทมอยู่ในรางหญ้า  17เมื่อคนเลี้ยงแกะเห็น ก็เล่าเรื่องที่เขาได้ยินมาเกี่ยวกับพระกุมาร  18ทุกคนที่ได้ยินต่างประหลาดใจในเรื่องที่คนเลี้ยงแกะเล่าให้ฟัง  19ส่วนพระนางมารีย์ทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัยและยังทรงคำนึงถึงอยู่  20คนเลี้ยงแกะกลับไปโดยถวายพระพรและสรรเสริญพระเจ้าgในเรื่องต่าง ๆ ที่พวกเขาได้ยินและได้เห็น ตามที่ทูตสวรรค์บอกไว้

            พระเยซูเจ้าทรงเข้าสุหนัต

21เมื่อครบกำหนดแปดวัน ถึงเวลาที่พระกุมารจะต้องทรงเข้าสุหนัต เขาถวายพระนามพระองค์ว่าเยซู เป็นพระนามที่ทูตสวรรค์ให้ไว้ก่อนที่พระองค์จะทรงปฏิสนธิ์ในพระครรภ์ของพระมารดา

            การถวายพระกุมารในพระวิหาร

22เมื่อครบกำหนดเวลาที่มารดาและบุตรจะต้องทำพิธีชำระมลทินhตามธรรมบัญญัติของโมเสส โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารไปที่กรุงเยรูซาเล็มเพื่อถวายแด่พระเจ้า  23มีเขียนไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้าว่า จะต้องถวายบุตรชายคนแรกแด่พระเจ้า  24และถวายเครื่องบูชาคือนกเขาหนึ่งคู่หรือนกพิราบสองตัวiตามที่มีกำหนดไว้ในธรรมบัญญัติของพระเจ้า  25เวลานั้น ที่กรุงเยรูซาเล็ม ชายผู้หนึ่งชื่อ

สิเมโอน เป็นคนชอบธรรมและยำเกรงพระเจ้า เขารอคอยความรอดพ้นของอิสราเอล พระจิตเจ้าสถิตอยู่กับเขา  26และทรงเปิดเผยให้เขารู้ว่า เขาจะไม่ตายก่อนที่จะได้เห็นพระคริสต์ของพระเจ้าj  27พระจิตเจ้าทรงนำสิเมโอนเข้าไปในพระวิหาร ขณะที่โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์นำพระกุมารเข้ามาปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดไว้  28สิเมโอนรับพระกุมารมาอุ้มไว้ และกล่าวถวายพระพรแด่พระเจ้าว่า

            บทเพลงของสิเมโอน

29ข้าแต่พระเจ้า

บัดนี้ พระองค์ทรงปล่อยผู้รับใช้ของพระองค์ไปเป็นสุข

ตามพระดำรัสของพระองค์

30เพราะนัยน์ตาของข้าพเจ้าได้เห็นองค์พระผู้ช่วยให้รอดพ้น

31ผู้ที่พระองค์ทรงจัดเตรียมไว้สำหรับนานาประชาชาติ

32เป็นแสงสว่างเปิดเผยให้คนต่างชาติรู้จักพระองค์

และเป็นสิริรุ่งโรจน์สำหรับอิสราเอลประชากรของพระองค์k

            สิเมโอนกล่าวทำนาย

33โยเซฟประหลาดใจในถ้อยคำที่กล่าวถึงพระกุมาร พระนางมารีย์ก็ทรงรู้สึกเช่นเดียวกัน  34สิเมโอนอวยพรท่านทั้งสองและกล่าวแก่พระนางมารีย์ พระมารดาว่า  “พระเจ้าทรงกำหนดให้กุมารนี้เป็นเหตุให้คนจำนวนมากในอิสราเอลต้องล้มลง หรือลุกขึ้น และเป็นเครื่องหมายแห่งการต่อต้านl  35เพื่อความในใจของคนจำนวนมากจะถูกเปิดเผย” ส่วนท่าน ดาบจะแทงทะลุจิตใจของท่านm

            อันนา ประกาศกหญิง

36ประกาศกหญิงคนหนึ่งnชื่ออันนา เป็นบุตรหญิงของฟานูเอลจากเผ่าอาเชอร์ นางชรามากแล้ว แต่งงานตั้งแต่ยังสาว อยู่กับสามีเจ็ดปี  37หลังจากนั้นก็เป็นม่าย เวลานี้อายุแปดสิบสี่ปี  ไม่ได้ออกจากพระวิหารเลย  อยู่รับใช้พระเจ้าทั้งกลางวันกลางคืนโดยจำศีลอดอาหารและอธิษฐานภาวนา  38นางเข้ามาในเวลานั้นพอดี  ขอบพระคุณพระเจ้าและกล่าวถึงพระกุมารให้ทุกคนที่กำลังรอคอยการไถ่กู้

กรุงเยรูซาเล็มฟังo

            พระเยซูเจ้าทรงเจริญวัยที่เมืองนาซาเร็ธ

39เมื่อโยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติของพระเจ้ากำหนดไว้สำเร็จทุกประการแล้ว ก็กลับไปที่นาซาเร็ธ เมืองของตนในแคว้นกาลิลี 

40พระกุมารทรงเจริญวัยแข็งแรงขึ้น ทรงพระปรีชาญาณอย่างสมบูรณ์ และพระหรรษทานของพระเจ้าสถิตอยู่กับพระองค์

            พระเยซูเจ้าในหมู่ธรรมาจารย์

41โยเซฟพร้อมกับพระมารดาของพระเยซูเจ้าเคยขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มในเทศกาลปัสกาทุกปี  42เมื่อพระองค์มีพระชนมายุสิบสองพรรษา โยเซฟพร้อมกับพระมารดาก็ขึ้นไปกรุงเยรูซาเล็มตามธรรมเนียมของเทศกาลนั้น  43เมื่อวันฉลองสิ้นสุดลง ทุกคนก็เดินทางกลับ แต่พระเยซูเจ้ายังประทับอยู่ที่กรุงเยรูซาเล็มโดยที่บิดามารดาไม่รู้  44เพราะคิดว่า พระองค์ทรงอยู่ในหมู่ผู้ร่วมเดินทาง เมื่อเดินทางไปได้หนึ่งวันแล้ว โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ตามหาพระองค์ในหมู่ญาติและคนรู้จัก  45เมื่อไม่พบจึงกลับไปกรุงเยรูซาเล็ม เพื่อตามหาพระองค์ที่นั่น

46ในวันที่สามpโยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์พบพระองค์ในพระวิหารประทับนั่งอยู่ในหมู่อาจารย์ ทรงฟังและทรงไต่ถามพวกเขา  47ทุกคนที่ได้ฟังพระองค์ต่างประหลาดใจในพระปรีชาที่ทรงแสดงในการตอบคำถาม  48เมื่อโยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์เห็นพระองค์ก็รู้สึกแปลกใจ พระมารดาจึงตรัสถามพระองค์ว่า “ลูกเอ๋ย ทำไมจึงทำกับเราเช่นนี้ ดูซิ พ่อกับแม่ต้องกังวลใจตามหาลูก”  49พระองค์ตรัสตอบว่า  “พ่อกับแม่ตามหาลูกทำไม พ่อแม่ไม่รู้หรือว่า ลูกต้องอยู่ในบ้านของพระบิดาของลูก”q  50โยเซฟพร้อมกับพระนางมารีย์ไม่เข้าใจที่พระองค์ตรัส

            พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปประทับที่เมืองนาซาเร็ธ

51พระเยซูเจ้าเสด็จกลับไปที่เมืองนาซาเร็ธกับบิดามารดาและเชื่อฟังท่านทั้งสอง พระมารดาทรงเก็บเรื่องทั้งหมดเหล่านี้ไว้ในพระทัย  52พระเยซูเจ้าทรงเจริญขึ้นทั้งในพระปรีชาญาณ พระชนมายุ และพระหรรษทานเฉพาะพระพักตร์ของพระเจ้าและต่อหน้ามนุษย์

2 a พระจักรพรรดิออกัสตัสครองราชย์ตั้งแต่ปี 30 ก่อนคริสตกาลจนถึง ค.ศ. 14

b “ครั้งแรก” บางคนแปลประโยคนี้ว่า ‘การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งนี้ทำขึ้นก่อนครั้งที่คีรินิอัสเป็นผู้ว่าราชการแคว้นซีเรีย’ แต่การแปลเช่นนี้ไม่ถูกหลักไวยากรณ์เท่าใดนัก ในเรื่องนี้เรามีข้อมูลทางประวัติศาสตร์น้อยมาก นักวิชาการส่วนมากใช้ข้อมูลจากข้อเขียนของโยเซฟัสเพียงอย่างเดียว คิดว่าการสำรวจสำมะโนประชากรของคีรินีอัสทำขึ้นในปี ค.ศ. 6 แต่ข้อมูลดังกล่าวไม่น่าเชื่อถือนักในเรื่องนี้ (ดู กจ 5:37 เชิงอรรถ n) คำอธิบายที่น่าเชื่อถือที่สุดคือ การสำรวจสำมะโนประชากรซึ่งทำขึ้นเพื่อการเก็บภาษีเริ่มทำขึ้นในปาเลสไตน์ก่อนที่กษัตริย์เฮโรดจะสิ้นพระชนม์ คือประมาณปี 8-6 ก่อนคริสตกาล และคีรินีอัสทำให้สำเร็จบริบูรณ์ในปี ค.ศ. 6 ตามที่โยเซฟัสกล่าวไว้ การสำรวจสำมะโนประชากรครั้งนี้ซึ่งใช้เวลานาน จึงได้เรียกตามชื่อของบุคคลสำคัญผู้นี้ พระเยซูเจ้าทรงบังเกิดก่อนที่กษัตริย์เฮโรดจะสิ้นพระชนม์ในปี 4 ก่อนคริสตศักราชอย่างแน่นอน พระองค์อาจจะเกิดราวปี 8-6 ก่อนคริสตกาล ดีโอนิสิอัส เอ็กซีกูอัส (ศตวรรษที่ 6) เป็นผู้เริ่มใช้คริสตศักราช แต่ได้คำนวณผิดไปหลายปี (ดู 3:1 เชิงอรรถ a)

c “พระโอรสองค์แรกหรือบุตรคนแรก” ตามภาษากรีกในพระคัมภีร์หมายถึงบุตรที่เกิดเป็นคนแรก โดยไม่คำนึงว่าจะมีน้องตามมาหรือไม่ คำนี้ต้องการเน้นศักดิ์ศรีและสิทธิพิเศษของเด็กเท่านั้น

d “ห้องพักแรม” คำภาษากรีกที่ใช้ kataluma หมายถึงห้องโถงซึ่งใช้รับประทานอาหารหรือพักแรมได้ (22:11//; 1 ซมอ 1:18; 9:22) จึงไม่ใช่ ‘โรงแรม’ (pandocheion 10:34) อย่างที่เคยแปลกัน “ห้องพักแรม” นี้ อาจหมายถึงห้องพักอาศัยของครอบครัวของโยเซฟ การที่โยเซฟมีบ้านอยู่ที่เบธเลเฮมทำให้เข้าใจได้ว่าทำไมเขาจึงต้องกลับไปที่นั่นพร้อมกับภรรยาสาวที่กำลังมีครรภ์ เพื่อแจ้งทรัพย์สินในการสำรวจสำมะโนประชากรด้วย รางหญ้าที่ใส่อาหารให้สัตว์อยู่ติดกับผนังด้านนอกของห้องพักแรม เพราะในห้องมีคนอยู่มาก จึงไม่มีที่วางทารกได้ดีกว่านี้ ต่อมาในภายหลัง ได้มีตำนานแต่งขึ้นกล่าวถึงโคและลาที่รางหญ้าด้วย (ดู อสย 1:3; ฮบก 3:2 เชิงอรรถ e) ตำนานที่กล่าวถึง “ถ้ำเลี้ยงสัตว์” เริ่มมีขึ้นในศตวรรษที่ 2 (Justin)

e ดังนั้น พระองค์เป็นพระเมสสิยาห์ที่กำลังรอคอยกันอยู่ พระองค์ทรงเป็น ‘Kyrios’ (องค์พระผู้เป็นเจ้า) อีกด้วย พระนามนี้ พันธสัญญาเดิมสงวนไว้สำหรับพระเจ้าเท่านั้น ข้อความนี้จึงแสดงว่ายุคใหม่กำลังจะเริ่มขึ้น (ดู 1:43 เชิงอรรถ x)

f คำแปลที่คุ้นหูว่า ‘สันติแก่มนุษย์ผู้มีน้ำใจดี’ เป็นการแปลตามภาษาละติน (Vulgate) ซึ่งไม่ตรงกับความหมายของคำภาษากรีก ยังมีบางคนแปลว่า ‘สันติบนแผ่นดิน และความโปรดปรานของพระเจ้าแก่มนุษย์’ แต่คำแปลนี้ไม่ถูกต้องนัก

g การสรรเสริญพระเจ้าเป็นความคิดหลักที่ลูกาชอบมากข้อหนึ่ง (1:64; 2:28,38; 5:25-26; 7:16; 13:13; 17:15,18; 18:43; 19:37; 23:47; 24:53; เทียบ กจ 2:47 เชิงอรรถ ll)

h ตามธรรมเนียมของชาวยิวมารดาเท่านั้นต้องทำพิธีชำระมลทิน ส่วนบุตรนั้นต้อง ‘ไถ่คืนมา’ ลก พยายามเน้นเป็นพิเศษให้เห็นว่าบิดามารดาของพระเยซูเจ้า เช่นเดียวกับบิดามารดาของยอห์น ผู้ทำพิธีล้าง ได้ปฏิบัติตามที่ธรรมบัญญัติกำหนดไว้ทุกประการ ธรรมบัญญัติมิได้กำหนดว่าจะต้องนำบุตรมาถวายในพระวิหาร แต่ก็ทำได้ (กดว 18:15) และดูเหมือนว่าชาวยิวใจศรัทธาส่วนมากปฏิบัติเช่นนี้ (เทียบ 1 ซมอ 1:24-28) ลก ได้เล่าถึงคารวกิจครั้งแรกของพระเยซูเจ้าว่าได้เกิดขึ้นที่กรุงเยรูซาเล็มอันเป็นนครศักดิ์สิทธิ์ ลก ให้ความสำคัญพิเศษแก่กรุงเยรูซาเล็ม อันเป็นสถานที่ที่เหตุการณ์ปัสกาจะเกิดขึ้นและเป็นจุดเริ่มต้นของภารกิจของพระศาสนจักร (ดู 2:38 เชิงอรรถ o; กจ 1:4 เชิงอรรถ e)

i การถวายนกแทนลูกแกะเป็นการถวายของคนจน

j ‘พระคริสต์ของพระเจ้า’ คือบุคคลที่พระเจ้าทรงเจิม (ดู อพย 30:22 เชิงอรรถ d) หรือแยกออกมาต่างหากสำหรับพันธกิจช่วยมนุษย์ให้รอดพ้น กษัตริย์ของอิสราเอลผู้นำที่พระเจ้าทรงเลือกสรร จึงถูกแยกออกต่างหากเช่นนี้ และดังนั้นพระเมสสิยาห์ซึ่งจะต้องสถาปนาพระอาณาจักรของพระเจ้าก็จะต้องถูกแยกออกถวายแด่พระเจ้าเป็นพิเศษ

k ลก คงได้เขียนบทเพลงของสิเมโอนนี้ทั้งหมดด้วยตนเองโดยใช้ข้อความจากประกาศกอิสยาห์ เป็นต้น ไม่เหมือนกับบทเพลงของพระนางมารีย์และบทเพลงของเศคาริยาห์ ซึ่ง ลก อาจยืมมาจากกลุ่มชาวยิวใจศรัทธา บทเพลงของสิเมโอนนี้ ครึ่งแรกกล่าวถึงสิเมโอนเอง ส่วนครึ่งหลังกล่าวถึงลักษณะของความรอดพ้นที่พระเยซูเจ้าทรงนำมาให้มวลมนุษย์ เป็นแสงสว่างของคนต่างชาติซึ่งจะเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของประชากรของพระเจ้า และจะนำสิริรุ่งโรจน์มาให้แก่อิสราเอลซึ่งเป็นประชากรที่พระเจ้าทรงเลือกสรรไว้แล้ว

l ภารกิจของพระเยซูเจ้าในการเป็นแสงสว่างแก่คนต่างชาติจะทำให้ชาวยิวประชากรของพระองค์ต่อต้านและเบียดเบียนพระองค์ (ดู มธ 2:1 เชิงอรรถ a)

m ในฐานะที่เป็นธิดาแห่งศิโยนอย่างแท้จริง พระนางมารีย์จะได้ยินชะตากรรมอันน่าเศร้าใจของชนชาติของพระนาง พระนางพร้อมกับพระบุตรจะเป็นศูนย์กลางของการต่อต้านนี้ เมื่อความคิดที่ซ่อนอยู่ในใจของมนุษย์จะต้องถูกเปิดเผยออกมาว่าจะอยู่กับพระเยซูเจ้าหรือเป็นศัตรูกับพระองค์ การกล่าวถึงดาบอันเป็นสัญลักษณ์ในเรื่องนี้อาจได้มาจาก อสค 14:17 หรืออาจจาก ศคย 12:10

n “ประกาศกหญิง” หมายถึงสตรีที่อุทิศตนรับใช้พระเจ้า จึงสามารถแจ้งให้ประชาชนทราบพระประสงค์ของพระเจ้า (เทียบ อพย 15:20; วนฉ 4:4; 2 พกษ 22:14)

o พระเมสสิยาห์จะเสด็จมาไถ่กู้ประชากรที่ทรงเลือกสรรทั้งหมดก็จริง (1:68; 24:21) แต่การไถ่กู้นี้จะมีผลต่อกรุงเยรูซาเล็ม ราชธานีเป็นพิเศษ (เทียบ อสย 40:2; 52:9; และดู 2 ซมอ 5:9 เชิงอรรถ f) สำหรับ ลก กรุงเยรูซาเล็มเป็นศูนย์กลางที่พระเจ้าทรงเลือกให้เป็นจุดเริ่มต้นของความรอดพ้นซึ่งจะต้องแผ่ขยายไปทั่วโลก (9:31,51,53; 13:22,33; 17:11; 18:31; 19:11; 24:47-49,52; กจ 1:8 เชิงอรรถ l)

p ลูกาอาจเล่าเรื่อง ‘การพบพระเยซูเจ้า’ ในบ้านของพระบิดาในวันที่สาม โดยมีเจตนาให้เป็นการกล่าวล่วงหน้าถึงเหตุการณ์วันปัสกาก็เป็นได้

q แปลได้อีกว่า ‘ลูกต้องทำธุรกิจของพระบิดาของลูก’ แต่ไม่ว่าจะแปลอย่างไร พระเยซูเจ้าทรงยืนยันต่อหน้า

โยเซฟ (ข้อ 48) ว่า พระเจ้าคือพระบิดาของพระองค์ (เทียบ 10:22; 22:29; ยน 20:17) และทรงประกาศอย่างชัดเจนว่าความสัมพันธ์ที่ทรงมีกับพระบิดานั้นอยู่เหนือความสัมพันธ์กับครอบครัวมนุษย์ของพระองค์ (ดู ยน 2:4) นี่เป็นครั้งแรกที่พระเยซูเจ้าทรงแสดงความสำนึกว่าทรงเป็น ‘พระบุตร’ (ดู มธ 4:3 เชิงอรรถ d)

 

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation
biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย