Get Adobe Flash player

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันศุกร์ที่ 20 ตุลาคม 2017
สัปดาห์ที่ยี่สิบแปด เทศกาลธรรมดา
ลก 12:1-7…
         1ขณะที่ประชาชนนับพันๆ คนพากันเบียดเสียดจนเกือบจะเหยียบกัน พระเยซูเจ้าทรงเริ่มตรัสกับบรรดาศิษย์ก่อนว่า ‘จงระวังเชื้อแป้งของบรรดาชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคดของเขา 2ไม่มีสิ่งใดที่ปิดบังไว้จะไม่ถูกเปิดเผย ไม่มีสิ่งใดที่ซ่อนเร้นจะไม่มีใครรู้ 3เพราะฉะนั้น สิ่งที่ท่านกล่าวในที่มืดจะมีผู้ได้ยินในที่แจ้ง สิ่งที่ท่านกระซิบที่หูภายในห้องจะถูกประกาศบนดาดฟ้าของบ้าน
4“เรากล่าวแก่ท่านที่เป็นมิตรของเราว่า อย่าเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กายและหลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก

5เราจะชี้ให้ท่านเห็นว่าท่านต้องเกรงกลัวผู้ใด จงเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าแล้วยังมีอำนาจโยนท่านลงไปในนรกด้วย ใช่แล้ว เราบอกท่านทั้งหลาย จงเกรงกลัวผู้นี้เถิด 6นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ แม้กระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม 7ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว อย่าเกรงกลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ความกล้าหาญในการประกาศข่าวดี คือ เป้าหมายของพระวาจาของพระเจ้าในวันนี้
o เพราะพระวรสารโดยท่านนักบุญลูกาได้นำเสนอการเผชิญหน้ากันของพระเยซู กับฟาริสีและธรรมาจารย์มายาวนาน พระเยซูเจ้าได้ตำหนิกระแสของฟาริสีและธรรมาจารย์ เพราะคนศาสนาเมื่อไหลตนเองไปด้วยกระแสโลก กระแสเงินทอง อำนาจ และกระแสแห่งโลกีย์แล้วไซร้ อาการการปะทะกันก็จะยิ่งแรงขึ้นไป เพราะกระแสโลกีย์นั้นเป็นเหมือนเชื้อแป้ง... ที่ลงไปแล้วแป้งจะฟูขึ้นทั้งถัง พระเยซูเจ้าตรัสเตือนบรรดาศิษย์และประชาชนที่เบียดเสียดกันเข้ามาฟังพระองค์

• พระวรสารบรรยายเขียนชัดจนเห็นภาพ “ขณะที่ประชาชนนับพันๆ คนพากันเบียดเสียดจนเกือบจะเหยียบกัน พระเยซูเจ้าทรงเริ่มตรัสกับบรรดาศิษย์ก่อนว่า ‘จงระวังเชื้อแป้งของบรรดาชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคดของเขา’”
o ประชาชนมากมายเกือบจะเหยียบกัน ภาพทำให้เห็นว่ามีความหนาแน่นของประชาชนมากมายจริงๆ สังเกตวิธีการนำเสนอของพระวรสารสิครับ... งดงามเห็นภาพเลยว่าประชาชนคือคนส่วนใหญ่ (ถ้าจะเปรียบกับยุคของเราคือบรรดาประชาชน สัตบุรุษ ฆราวาส ก็น่าจะได้ ถ้าพิจารณาไตร่ตรองต่อเนื่องจากพระวรสารวันก่อนหน้านี้ที่พ่อนำเสนอ)
o พระวรสารทำให้เราเป็นคนส่วนใหญ่ คนมากมาย เมื่อเปรียบกับคนชั้นผู้นำศาสนาและสังคม ซึ่งอันที่จริงคนชั้นผู้นำหรือคนศาสนาและสังคมต้องเป็นคนดีมากๆ เป็นผู้นำมากๆ แต่อย่างที่เราได้อ่านมาต่อเนื่อง ฟาริสีกลับมิได้เป็นเช่นนั้น พวกเขากลับเป็นกลุ่มผู้นำผู้สอนที่แทนที่จะซื่อตรงแสนดีกลับหน้าซื่อใจคด... เราทราบดีแล้ว...
o พระเยซูเจ้าจึงตรัสกับคนจำนวนมากที่เบียดเสียดกันมากมายให้ “จงระวังเชื้อแป้งของบรรดาชาวฟาริสี คือความหน้าซื่อใจคดของเขา” เชื้อแป้ง โดยธรรมชาติคืออำนาจทำให้แป้งทั้งถังฟูขึ้น... ทำให้แป้งทั้งหมดฟูขึ้น ถ้าจะเปรียบก็คือบรรดาฟาริสีน่าจะเป็นกลุ่มน้อยที่ทำให้ประชาชนเติบโต ศรัทธา ซื่อตรงในคุณค่าศาสนา แต่พวกเขากลับเป็นพวก “หน้าซื่อใจคด” และพระเยซูบัญชาให้ระวัง เพราะแป้งนี้มีอิทธิพลก่อให้ฟูขึ้นอย่างน่าอัศจรรย์ มีผลกระทบอย่างมาก หมายความว่าจะด้านดีหรือด้านเลวมีอิทธิพลจริงๆ และบังเอิญฟาริสีที่น่าจะดีกลับไม่ดี ก็เลยแผ่อาการหนัก ส่งผลกระทบมากมาย และนี่คือสิ่งที่พระเยซูเจ้าเตือนให้ระวัง

• พระเยซูเจ้าตรัสสอนเตือนให้ “ระวัง” ระวัง “ความหน้าซื่อใจคดของฟาริสี” พี่น้องที่รักเรื่องความหน้าซื่อใจคดนี้พ่อมั่นใจว่าพระเยซูเน้นว่ามันคือเชื้อแป้ง เพราะพฤติกรรมเช่นนี้ส่งผลต่อส่วนร่วมต่อสังคมมากจริงๆ ในทุกรูปแบบของสังคมครับ มิใช่เพียงสังคมศาสนา แต่การเมือง สังคม ในทุกๆรูปแบบ ถ้ามีความหน้าซื่อใจคดละก็เป็นปกติมากที่จะส่งผลต่อส่วนรวมจริงๆ มีอิทธิพลต่อส่วนร่วมมากๆ และบ่อนทำลายอย่างกว้างขวางถ้าเป็นอาการหน้าซื่อใจคดละก็ ผลกระทบมากจริงๆ

• พ่อมานั่งไตร่ตรองว่า “เชื้อแป้ง” ทำไมเราจึงต้องระวัง... คำตอบที่พ่อพบได้คืออันที่จริงเชื้อแป้ง หรือยิสต์มันคือ “สิ่งมีชีวิต” มันติดเชื้อได้ด้วยกระมัง.. น่าคิดนะครับ เปรียบกับประสบการณ์ของพ่อ
o พ่อเคยเลี้ยงตัวเชื้อโยเกิร์ต ที่ทำนำธรรมดากลายเป็นนมเปรี๊ยวซึ่งมีหลายสายพันธุ์ มีสายพันธุ์หนึ่งที่เรียกว่าคีเฟอร์ บางทีก็ได้ยินเขาเรียกว่าบัวหิมะ ที่ใช้ทำให้นมสดชนิดจืดธรรมดาให้กลายเป็นโยเกิร์ต คือเป็นนำเปรี้ยวนั่นเอง
o พ่อเห็นว่าวิธีการทำโยเกิร์ตนั้นไม่ยากเลย เพราะครั้งหนึ่งพ่อได้ตัวคีเฟอร์ เป็นชิ้นๆคล้ายชีสมา มีคนสอนพ่อให้เลี้ยงด้วยนมสด เพราะเป็นสิ่งมีชีวิต พ่อก็ลองดูครับ... ใส่นมสดเป็นลิตรเลย แล้วเอาตัวเชื้อคีเฟอร์นี้ประมาณหนึ่งช้อนใส่ลงไป... ทิ้งไว้ในอุณหภูมิห้อง 24 ชั่วโมง น้ำนมสด กลายเป็นโยเกิร์ต คือ นมเปรี้ยวข้นๆขึ้นมาหมดเลย แล้วเราก็กรองออกเอาโยเกิร์ตไปรับประทานได้เลยคับ เปรี้ยวมาก และที่สำคัญ ตัวคีเฟอร์หรือเชื้อที่ใส่ลงไปก็ทวีจำนวนโตขึ้นด้วย... เติมนมสดลงไปเลี้ยงอีกทุกวันก็ได้นมเปรี้ยวมากขึ้นทุกวัน และตัวเชื้อคีเฟอร์เป็นชิ้นก็มีจำนวนมากขึ้นเยอะแยะ สามารถแบ่งแยกแจกไปให้คนอื่นเลี้ยงทำโยเกิร์ตต่อไปได้ด้วย...
o ไม่ได้เพียงทำให้นมทั้งหมดกลายเป็นนมเปรี้ยวนะครับ แต่ตัวเชื้อก็โตทวีขึ้นด้วย โตขยายออกไปไม่หยุดเลยแหละครับ และจำนวนนมสดที่ต้องใส่ลงไปก็ต้องมากขึ้นเสมอเพราะเจ้าตัวคีเฟอร์ เชื้อนี้มีชีวิต และเติบโตด้วยครับ...
o ไม่เท่านั้น การทำโยเกิร์ตธรรมดา ถ้าเรานำนมสดมาแก้วหนึ่ง แล้วตักน้ำโยเกิร์ตไปใส่สักช้อนคนให้เข้ากันแล้วก็ตั้งทิ้งไว้หนึ่งคืน นำสดนั้นก็กลายเป็นโยเกิร์ตเช่นกัน

• เรื่องนี้แปลกสำหรับพ่อ พ่อเคยเลี้ยงและทำโยเกิร์ตเป็นเดือนๆ และเจ้าตัวคีเฟอร์ก็โตจนเลี้ยงไม่ไหว เพราะมีชีวิต และเติบโตเร็วมาก... นอกจากจะเอาออกและทิ้งให้มันเชื้อนี้มันอดตาย หรือตากแดดให้แห้งตายไป หรือไม่ให้นมสดเลี้ยงก็ตายไป... แต่ถ้าให้นมลงไปก็โตไม่รู้จบครับ
• วิธีการหยุดชั่วคราวพ่อเคยทำครับ กรองเอาตัวชิ้นๆออกมาเยอะแยะและใส่ถุงพลาสติก แช่เย็นช่องแข็งเลยครับ แช่แข็งได้เป็นปีเลยนะครับ หยุดการเจริญเติบโต แต่ไม่ตายนะครับ สุดยอดจริงๆ เพราะหลังจากผ่านไปเป็นแรมเดือนปี เอาออกมา ละลาย และล้างน้ำหน่อย ใส่นมสดลงไปและทิ้งไว้ก็ได้โยเกิร์ตหรือนมเปรี้ยวต่อไป และก็โตขึ้นได้อีกเหมือนเดิมอาจมีตายบ้างแต่ไม่หมดเพราะมีส่วนที่รอด... ออกมาตอนแรกก็จะดูชิ้นผอมๆ เรียวๆ แต่พอได้นมเลี้ยงไปคืนเดียวก็เริ่มตัวอ้วนอีกแล้วและก็ติดทำให้นมเป็นนมเปรี้ยวต่อไป...
o เชื้อแบบนี้ไม่ตายจริงๆนะครับ ยืนยง มีชีวิต ส่งผลกระทบ สร้างอิทธิพลต่อไปได้อีก... ถ้าเราไม่กำจัดให้ตายไปเลี้ยงไว้ก็ทำให้โตตามกันไปหมด และถ้าไม่กำจัดให้เด็ดขาด ก็จะแช่แข็งมีชีวิตต่อไปได้อีก... กำจัดยากครับถ้าไม่กำจัดให้เด็ดขาด...
• พี่น้องที่รัก พ่อได้คำสอนจากคำว่า “เชื้อแป้ง” หรือ “คำว่าเชื้อแป้งของฟาริสี” ครับ พ่อเข้าใจอะไรมากขึ้นจริงๆ “ความหน้าซื่อใจคด” เป็นเหมือนเชื้อที่โตและส่งผลกระทบอย่างมากยากที่จะหยุด ถ้าไม่กำจัดให้เด็ดขาดครับ ถ้าเราเลี้ยงๆไว้ ไม่เอาจริง ไม่จัดการให้เด็ดขาดก็จะยืนยงคงอยู่เติบโต หยั่งรากชีวิตกระจายต่อไปอย่างยากที่จะรู้จบครับ ยิ่งถ้าตั้งใจเลี้ยงไว้ ให้สารอาหารเลี้ยงต่อไปก็ยิ่งเติบโตกันใหญ่ กลุ่มใหญ่ขขึ้นไปอีกมันจะยุ่งไปกันใหญ่ แผ่ขยายจนยากที่จะจัดการ และก็เรียกร้องให้ต้องเลี้ยงด้วยน้ำนมสดดีๆอีกมากให้เจ้าตัวพวกนี้นำไปบริโภคและเติบโต...
• อันที่จริง โยเกิร์ต หรือนมเปรี้ยวคือนมสดที่โดนเจ้าตัวเชื้อคีเฟอร์กินเข้าไปและเติบโตและทิ้งนมเปรี้ยวเป็นผลออกมา... ยิ่งเชื้อโตมากยิ่งกินเยอะครับ...

• พ่อได้คำตอบ เชื่อของฟาริสี ความหน้าซื่อใจคด ทำลายสังคมมากครับ บริโภคความดีของสังคมไปมาก และส่งผลออกมาให้สังคมเป็นผลเสียเยอะ ยิ่งมีความหน้าซื่อใจคดมาก หรือมีกลุ่มคนหน้าซื่อใจคดมาก สังคมทุกแบบยิ่งแย่ ถ้าเป็นศาสนาก็ยิ่งยุ่งดูแย่ไปหมด การเมืองก็แย่ขาดความดีไปหมด สังคมเศรษฐกิจก็ถูกกัดกินไปหมดจากเจ้าเชื้อหน้าซื่อใจคดครับ คนหน้าซื่อใจคด ตระกูลหรือนามสกุลบริวารหน้าซื่อใจคดก็จะพากันเติบโตขยายตัว และก็บริโภคกัดกินสังคมส่วนใหญ่จนย่ำแย่และหมดตัวครับ... ถ้าไม่กำจัด แต่แค่จับขังแช่แข็งไว้ หรือมันแช่แข็งตัวเอง รอโอกาสได้กัดกิน ทำให้พวกพรรคตัวเองโตอีก ก็จะไปกันใหญ่เลยครับ สังคมย่ำแย่หมด ประชาชนทั้งประเทศต่อให้ใหญ่แสนใหญ่ก็หมดกัน จนมุมยากจนหมดตัวกันหมด เพราะเจ้าพวกเชื้อแป้งเชื้อยิสต์พวกนี้กัดกิน...
• ในทางกลับกัน...ถ้าเป็น ความดี เชื้อแป้งดีก็จะดีไปกันหมด แต่ถ้าเป็นเชื้อเลว ทำร้าย ทำลาย สังคมก็จะแย่ไปกันหมดครับ... ถ้าความหน้าซื่อใจคดมีในศาสนา ในคนศาสนาแล้วละก็ ศรัทธาของคนจะทำให้คนกลายเป็นเหยื่อเช่นเดียวกัน..

• พี่น้องที่รักครับ ให้เราได้ใส่ใจไตร่ตรองพิจารณากันอย่างพิเศษกับพระวาจาของพระเยซูเจ้านะครับ...
• ที่สุดสิ่งสำคัญคือความกล้าหาญครับ พระเยซูเจ้าย้ำให้เราอย่ากลัว...อย่ากลัวอะไร อย่ากลัวที่จะยืนหยัดครับ... ต้องกล้าหาญเด็ดเดี่ยวที่จะต่อสู้กับความอธรรม กับเชื้อแป้งที่ไม่ดีครับ เพราะถ้าเราไม่ต่อสู้เราจะพ่ายแพ้และถูกเชื้อแป้งแบบนี้กลืนกินได้อย่างง่ายดายครับ...
• “ในการประกาศข่าวดี” สำหรับโลกยุคปัจจุบันยิ่งสำคัญ เราจำเป็นต้องกล้าหาญครับ ต้องกล้าต่อสู้กับกระแสโลก กระแสโลกีย์ทั้งหลาย จำเป็นมากครับเพราะว่ากระแสโลกนั้นกลบทับทำลายกระแสธรรมและศาสนาอีกทั้งคุณธรรมมากๆ เราจำเป็นต้องเข้มแข็งครับ ต้องกล้าหาญสู้หรือแม้แต่ต่อต้านกระแสด้วยความจริงและความดี เด็ดเดียวในการประกาศข่าวดีเสมอนะครับ
o กระแสโลกเบียดเบียนเรา ทำร้ายเรา กระแสของเชื้อแป้งแห่งความหน้าซื่อใจคดเบียดเบียนทำร้ายเรา แต่เราต้องกล้าหาญที่จะทัดทาน กับกระแสเบียดเบียนเหล่านี้เสมอนะครับ
o อย่ากลัว พระองค์ตรัสครับ... “อย่าเกรงกลัวผู้ที่ฆ่าได้แต่กายและหลังจากนั้นก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก”
o ไม่มีอะไรต้องกลัวถ้าเราเป็นคริสตชนในกระแสโลก เพราะเรามีพระเจ้าครับ เรามีค่ามากสำหรับพระเจ้าที่จะรักเรา ทรงประทานเชื้อชีวิตให้กับเราเครับ ไม่ต้องกลัว แต่มั่นใจในเชื้อความเชื่อที่เราได้รับ และความเป็นบุตรของพระเจ้าที่พระองค์ประทานให้กับเราครับ
o เพราะพระเยซูเจ้าตรัส “นกกระจอกห้าตัวราคาขายสองบาทมิใช่หรือ แม้กระนั้นไม่มีนกสักตัวเดียวที่พระเจ้าทรงลืม ผมทุกเส้นบนศีรษะของท่านถูกนับไว้หมดแล้ว อย่าเกรงกลัวเลย ท่านมีค่ามากกว่านกกระจอกจำนวนมาก”

• พี่น้องที่รัก เรามีเชื้อชีวิตนิรันดรจากพระเจ้า อย่ากลัวที่จะประกาศความรักของพระเจ้าเสมอครับ และพึงระวังเชื้อแป้งของความหน้าซื่อใจคดหรือเชื้อของกระแสโลกให้มากเป็นพิเศษนะครับ ขอพระเจ้าอวยพรครับ