Get Adobe Flash player

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงตามเรามาเถิด”

6. พระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์สี่คนแรก (4)

3) หมู่คณะของบรรดาศิษย์
ลักษณะสำคัญอีกประการหนึ่งของการถูกเรียกจากพระเยซูเจ้าคือ พระองค์ทรงเรียกศิษย์สี่คนพร้อมกัน ในพันธสัญญาเดิมพระเจ้าทรงเรียกบุคคลพิเศษเป็นการเรียกส่วนตัว เพื่อประทานภารกิจให้เขาทีละคน เช่นทรงเรียก อับราฮัม โมเสส ซามูเอล เอลียาห์ เอลีชา อิสยาห์  เยเรมีห์  ฯลฯ

แต่ในพันธสัญญาใหม่ ตั้งแต่แรกพระเยซูเจ้าทรงเรียกศิษย์เป็นหมู่คณะเล็ก ๆ ให้มาอยู่รอบพระองค์ ผู้ตอบสนองการเรียกก็ต้องยอมรับการเป็นสมาชิกของกลุ่ม แม้บางครั้งอาจจะเกิดความตึงเครียดบ้าง ทุกคนที่ได้รับเรียกให้ติดตามพระเยซูเจ้าต้องมีความสัมพันธ์ซึ่งกันและกัน นี่เป็นลักษณะที่ทำให้เขาเป็นหมู่คณะหนึ่งเดียว สมาชิกในหมู่คณะนี้ไม่มีอำนาจปกครองเท่าเทียมกัน ในบรรดาศิษย์จำนวน 72 คน พระองค์ทรงเรียก 12 คน ให้เป็นอัครสาวก และทรงแต่งตั้งนักบุญเปโตรให้เป็นประมุขของหมู่คณะนี้ พระองค์ทรงกำหนดโครงสร้างพิเศษคือ หมู่คณะที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกให้อยู่กับพระองค์นั้นเป็นเหมือนเมล็ดพันธุ์ที่จะเกิดผลเมื่อพระเยซูเจ้าทรงกลับคืนพระชนมชีพ คือพระศาสนจักร

นักบุญมาระโกบรรยายว่า พระเยซูเจ้าไม่ทรงกระทำภารกิจโดยลำพังพระองค์เอง แต่ทรงแต่งตั้งหมู่คณะของบรรดาศิษย์ให้อยู่กับพระองค์เสมอ พระวรสารไม่เป็นเพียงหนังสือที่รวบรวมพระวาจาและกิจการมหัศจรรย์ของพระเยซูเจ้า แต่เป็นการเล่าพระวาจาและกิจการของพระเยซูเจ้าพร้อมกับความสัมพันธ์ต่าง ๆ ที่ทรงมีกับผู้อื่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การร่วมชีวิตกับบรรดาศิษย์

ความคิดนี้ได้รับการสนับสนุนในข้อความที่เล่าว่า พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์เป็นพิเศษ พระองค์สั่งสอนประชาชนทั่วไปก็จริง แต่ยังมีเรื่องสำคัญที่ทรงสั่งสอนบรรดาศิษย์ผู้ที่ร่วมชีวิตกับพระองค์ ความจริงที่พระเยซูเจ้าทรงเปิดเผยแก่บรรดาศิษย์ก็สำคัญกว่าความจริงอื่นๆ ที่ทรงเปิดเผยกับประชาชนทั่วไป บรรดาศิษย์ในฐานะสมาชิกของหมู่คณะได้รับภารกิจพร้อมกันคือการประกาศข่าวดีโดยเป็นพยานถึงพระองค์

เมื่อพระเยซูเจ้าตรัสพระวาจาแรกที่ว่า “ตามเรามา” พระองค์ก็ยังทรงเสริมทันทีว่า “เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์” พระเยซูเจ้าทรงสอนบรรดาศิษย์ให้เปลี่ยนอาชีพ เขาไม่ต้องหาปลาอีกต่อไปแต่ต้องแสวงหามนุษย์

4) ภารกิจของบรรดาศิษย์ในอนาคต
คำประกาศของพระเยซูเจ้าที่ว่า “เราจะทำให้ท่านเป็นชาวประมงหามนุษย์” หมายถึงเหตุการณ์ในความหมายอนาคตเพราะพระองค์ตรัสว่า “เราจะทำให้” ในเวลาเดียวกันพระเยซูเจ้าไม่ทรงอธิบายอย่างละเอียดว่าภารกิจนั้นจะเป็นอย่างไร พระองค์ทรงบอกเพียงเรื่องสำคัญคือ ภารกิจใหม่นั้นมีความสัมพันธ์กับอาชีพเดิมที่เขาปฏิบัติอยู่จนถึงวันที่พระเยซูเจ้าทรงรียก

เราไม่รู้ว่าภารกิจนั้นจะต้องใช้วิธีใดและมีจุดมุ่งหมายใด แต่เราเข้าใจอย่างกว้าง ๆ ว่าบรรดาศิษย์ต้องรวบรวมมนุษย์ให้เป็นหนึ่งเดียว น่าสังเกตพระวาจานี้ พระองค์ทรงใช้คำว่า “มนุษย์” โดยไม่จำกัดเชื้อชาติ ไม่ทรงบัญชาให้บรรดาศิษย์รวบรวมเฉพาะชาวยิวเท่านั้น แต่ทรงหมายถึงมนุษย์ทุกคน ภารกิจของบรรดาศิษย์จึงเป็นภารกิจสากล

การที่บรรดาศิษย์ได้เปลี่ยนอาชีพก็ขึ้นกับพระเยซูเจ้าเท่านั้น เขาไม่ได้เป็นผู้ที่หางานใหม่ แต่เมื่อเขาติดตามพระเยซูเจ้าก็เรียนรู้อาชีพใหม่  ขณะที่พระองค์ทรงเรียก เขาเหล่านั้นยังวุ่นวายกับงานของตนอยู่ในเขตรอบทะเลสาบกาลิลี แต่ในอนาคตเขาจะมีงานใหม่และต้องขยายวงงานไปทั่วแผ่นดินที่มนุษย์อาศัยอยู่ การถูกเรียกจากพระเยซูเจ้าจึงเป็นพื้นฐานแห่งความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับพระองค์ เพราะพระองค์ทรงเป็นผู้แต่งหมู่คณะ หมู่คณะนี้ไม่ปิดตัวต่อผู้อื่น พระเยซูเจ้าทรงเรียกบางคนเพื่อไปประกาศข่าวดีแก่มนุษย์ทุกคน พระองค์ทรงอบรมศิษย์บางคนเป็นพิเศษโดยสอนว่า เขาจะต้องรู้พระประสงค์ของพระเจ้า

สรุป ของประทานจากพระเยซูเจ้าไม่ใช่คำสอนที่เป็นหลักเกณฑ์ แต่เป็นความสัมพันธ์ระหว่างพระองค์กับบรรดาศิษย์ ซึ่งเป็นความสัมพันธ์แบบอาจารย์กับศิษย์ การดำเนินชีวิตด้วยกันโดยอาศัยพระคริสตเจ้าจะมีความสัมพันธ์กับพระเจ้า หน้าที่ของบรรดาศิษย์คือ เขาจะต้องเป็นพยานถึงความสนิทสัมพันธ์หนึ่งเดียวในชีวิต และเชิญชวนให้มนุษย์ทุกคนเข้าเป็นสมาชิกของหมู่คณะนี้