Get Adobe Flash player

ปีพระวาจาของพระเจ้า

ปีพระวาจาของพระเจ้า

ปีะพระวาจาของพระเจ้า

Pope to Bible Congress participants

"ปีพระวาจาของพระเจ้า"

วิดีโอ การอบรมพระคัมภีร์

Bible Diary 2020

biblediary2020

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

"เดินทางความเชื่อ" ศึกษา ไตร่ตรอง ภาวนา พระวาจา
กับ คุณพ่อสมเกียรติ ตรีนิกร

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด”

70. เวลาแห่งการเสด็จมาของบุตรแห่งมนุษย์ (มก 13:28-32)
           13 28“จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อมันแตกกิ่งอ่อนและผลิใบ ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว 29ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ อยู่ที่ประตูแล้ว 30เราบอกความจริงแก่ท่านว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงพ้นไปก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น 31ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย
32“ส่วนเรื่องวันและเวลานั้น ไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์ และแม้แต่พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว


อธิบายความหมาย
             ข้อความนี้ต่อเนื่องมาจากคำปราศรัยเรื่องอันตวิทยาที่เริ่มต้นตั้งแต่ข้อ 5 และมีจุดประสงค์ต้องการชี้ให้เห็นว่า เหตุการณ์ที่ได้กล่าวมาก่อนหน้านี้จะเกิดขึ้นในไม่ช้า อุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศมีความหมายชัดเจนเพราะเป็นต้นไม้ที่ให้ผลผลิตช้า แต่การแตกกิ่งอ่อนและผลิใบใหม่เป็นเครื่องหมายแน่นอนว่าฤดูร้อนใกล้มาถึง นี่เป็นอุปมาเรื่องการวินิจฉัยว่าวันสิ้นพิภพใกล้เข้ามาแล้ว อย่างไรก็ตาม ความแน่ใจว่าประวัติศาสตร์มนุษย์ใกล้สิ้นสุดไม่สามารถลบล้างความไม่รู้เรื่องวันเวลาเฉพาะเจาะจงที่จะมาถึง

- จงเรียนคำอุปมาเรื่องต้นมะเดื่อเทศเถิด เมื่อมันแตกกิ่งอ่อนและผลิใบ ท่านทั้งหลายย่อมรู้ว่าฤดูร้อนใกล้เข้ามาแล้ว อุปมาในที่นี้ไม่มีความหมายเจาะจงว่าเป็นนิทานเปรียบเทียบที่มีการสั่งสอนทางศีลธรรม แต่มีความหมายกว้าง ๆ คือ เป็นการเปรียบเทียบความเหมือนระหว่างสิ่งหนึ่งกับอีกสิ่งหนึ่ง ซึ่งทุกคนในปาเลสไตน์เข้าใจง่าย เพราะในที่นี้ ต้นมะเดื่อเทศจะผลิใบอ่อนเพียงเมื่อมีอุณหภูมิสูงพอสมควร จึงเป็นที่เข้าใจอย่างแน่นอนว่าฤดูร้อนใกล้มาถึงแล้ว

- ท่านก็เช่นเดียวกัน เมื่อเห็นสิ่งเหล่านี้เกิดขึ้น ก็จงรู้เถิดว่าพระองค์ทรงอยู่ใกล้ อยู่ที่ประตูแล้ว โดยแท้จริงแล้ว ประโยคที่ว่า “พระองค์ทรงอยู่ใกล้ อยู่ที่ประตูแล้ว” ในต้นฉบับภาษากรีกไม่มีประธาน ดังนั้น บางคนจึงคิดว่าคำที่ละเว้นไว้ในที่นี้คือ “พระอาณาจักรของพระเจ้า” ดังที่เราพบในข้อความที่คล้ายคลึงกันในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกา (เทียบ ลก 21:31) อีกบางคนคิดว่า ประธานของประโยคคือ “บุตรแห่งมนุษย์ที่เสด็จมา” (มก 13:26) และอีกบางคนอ่านประโยคนี้ว่า “การสิ้นพิภพอยู่ใกล้” ดังนั้น การเลือกคำใดเป็นประธานของประโยคขึ้นอยู่กับการตีความหมายของคำปราศรัยทั้งหมด ดังนั้น การแปลของพระคัมภีร์คาทอลิกจึงเสริมคำว่า “พระองค์” เพราะชวนให้คิดถึงการเสด็จกลับมาอย่างรุ่งโรจน์ของพระคริสตเจ้า อย่างไรก็ตาม ประโยคนี้เป็นคำตอบของพระเยซูเจ้าที่ทรงตอบคำถามของบรรดาศิษย์เกี่ยวกับเครื่องหมายที่บ่งบอกว่าทุกสิ่งจะถูกทำลาย (เทียบ 13:4)

- เราบอกความจริงแก่ท่านว่า คนในชั่วอายุนี้จะไม่ล่วงพ้นไปก่อนที่เหตุการณ์เหล่านี้จะเกิดขึ้น “คนในชั่วอายุนี้” อาจมีความหมายสองประการ ประการที่ 1 หมายถึงมนุษยชาติ อีกประการหนึ่งหมายถึงมนุษย์ในช่วงเวลาหนึ่ง เช่น ในช่วงเวลาที่กรุงเยรูซาเล็มถูกทำลาย ดังที่นักพระคัมภีร์สมัยใหม่ส่วนใหญ่คิดกัน แต่เราต้องยอมรับว่าผู้ตีความหมายพระคัมภีร์ทุกคนจนถึงศตวรรษที่ 16 ล้วนยอมรับความหมายประการแรกเท่านั้น คือมนุษยชาติ พระเยซูเจ้าเคยตรัสแล้วว่า “เราบอกความจริงกับท่านว่า บางท่านที่ยืนอยู่ที่นี่จะไม่ลิ้มรสความตาย จนกว่าจะเห็นพระอาณาจักรของพระเจ้ามาถึงพร้อมด้วยพระอานุภาพ” ( มก 9:1)

- ฟ้าดินจะสูญสิ้นไป แต่วาจาของเราจะไม่สูญสิ้นไปเลย พระวาจานี้ใช้ภาษาของบรรดาประกาศก (เทียบ อสย 40:8; 51:6) พระเยซูเจ้าคงจะตรัสพระวาจานี้อีกหลายครั้ง (เทียบ มธ 5:18; ลก 16:17) และในที่นี้ พระองค์คงจะใช้เพื่อรับรองว่า ความจริงที่เพิ่งประกาศในข้อ 30 นั้นจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

- “ส่วนเรื่องวันและเวลานั้น หมายถึง “วันของพระยาห์เวห์” ดังที่เราพบในข้อเขียนของบรรดาประกาศก (เทียบ อสย 2:12; ยรม 46:10; ศฟย 1:7; ศคย 14:1)

- ไม่มีใครรู้เลย ทั้งบรรดาทูตสวรรค์ และแม้แต่พระบุตร นอกจากพระบิดาเพียงพระองค์เดียว ดูเหมือนว่าข้อความนี้ลดความครบครับแห่งความรู้ของพระเยซูเจ้า ซึ่งขัดแย้งกับคำยืนยันของนักบุญเปาโลที่ว่า “ในองค์พระคริสตเจ้า มีพระปรีชาญาณและความรอบรู้ซ่อนอยู่เป็นขุมทรัพย์ล้ำค่า” (คส 2:3) จึงคงได้สร้างปัญหาให้แก่ความเชื่อของคริสตชนในสมัยแรก ๆ ดังที่เราสังเกตว่า นักบุญลูกาพยายามละเว้นข้อความนี้และหลายคนที่คัดลอกพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกก็ได้ละเว้นข้อความนี้เช่นกัน ปรากฏการณ์ดังกล่าวนี้พิสูจน์ว่า นี่เป็นพระวาจาแท้จริงของพระเยซูเจ้า เพราะไม่มีผู้คัดลอกคนใดจะเขียนขึ้นมาเพิ่มเติมเพื่อสร้างปัญหา ตรงกันข้าม อาจละเว้นข้อความที่สร้างปัญหามากกว่า ในที่นี้ เช่นเดียวกับในสถานการณ์อื่น ๆ พระเยซูเจ้าทรงชี้แจงสิทธิพิเศษของพระบิดาเจ้า เช่น พระองค์เคยตรัสกับยากอบและยอห์นว่า “การที่จะนั่งข้างขวาหรือข้างซ้ายของเรานั้น ไม่ใช่หน้าที่ของเราที่จะให้ แต่สงวนไว้สำหรับผู้ที่พระเจ้าทรงจัดเตรียมไว้” (10:40) และพระองค์ยังตรัสกับบรรดาศิษย์ก่อนที่จะเสด็จสู่สวรรค์ว่า “ไม่ใช่ธุระของท่านที่จะรู้วันเวลาที่พระบิดาทรงกำหนดไว้โดยอำนาจของพระองค์” (กจ 1:7) ดังนั้น คำยืนยันของพระเยซูเจ้านี้ต้องการเน้นความเป็นมนุษย์ของพระองค์ และนักบุญมาระโกได้พบเหตุผลที่น่าเชื่อถือ ซึ่งต่อต้านการคาดคะเนของประชาชนเกี่ยวกับวันเวลาแห่งการสิ้นพิภพ น่าสังเกตว่า ในที่นี้ พระเยซูเจ้าทรงเรียกพระองค์เองว่า “พระบุตร” ไม่ใช่ “บุตรแห่งมนุษย์” เพื่อแสดงความสัมพันธ์แน่นแฟ้นเป็นหนึ่งเดียวกันระหว่างพระองค์กับพระบิดาอย่างตรงไปตรงมา นี่เป็นครั้งเดียวในพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโกที่พระเยซูเจ้าทรงเรียกพระองค์เองเช่นนี้

ค้นหาข้อความภาษาไทย

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6

โครงการ "ผู้หว่าน" รุ่นที่ 6 (การอบรมพระคัมภีร์เพื่อสร้างบุคลากรทำงานด้านพระคัมภีร์)

บทภาวนาปีพระวาจา

บทภาวนาปีพระวาจา

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย