Get Adobe Flash player

50 YEARS CBF

ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน

  • ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน
    11 พฤศจิกายน 2019 วันจันทร์ สัปดาห์ 32 เทศกาลธรรมดา (ปชญ 1:1-7)   เรามักถลำลึกตกในความชั่วร้ายมากขึ้นไปเรื่อยๆ เพียงเพราะการผ่อนปรนต่อตัวเองกระทำผิดเพราะคิดว่าเป็นความผิดพลาดเล็กๆ น้อยๆ เช่น การโกหก ความโมโห ความโลภ ฯลฯ ทางที่ดีที่สุดคือรู้จักเคร่งครัดต่อตัวเอง...

Pope to Bible Congress participants

บทรำพึงพระวาจาประจำวัน

Bible Diary 2019

biblediary2019

Bible Application

Application พระคัมภีร์คาทอกลิกฉบับสมบูรณ์
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword สำหรับ IPHONE และ IPAD :::
::: วิธีติดตั้งโมดูล Pocket Sword แบบออฟไลน์ :::
Application พระคัมภีร์คาทอลิกค้นหา "พระคัมภีร์คาทอลิก"
ได้ทั้ง Appstore และ Playstore

พระคัมภีร์คาทอลิก(E-Book)

E-book มัทธิว มาระโก ลูกา ยอห์น กิจการฯ

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

บทอ่านและบทมิสซาประจำวัน

ติดตามข่าวสมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทย

สมเด็จพระสันตะปาปาฟรังซิสเสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยอย่างเป็นทางการ

"พระคริสตเจ้าทรงเป็นผู้ใดสำหรับข้าพเจ้า" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวงฟรังซิส ไก้ส์
“เมื่อกษัตริย์ดาวิดทรงเรียกพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า
พระคริสต์จะทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิดได้อย่างไร”

65. พระเยซูเจ้าทรงเป็นยิ่งกว่าโอรสของกษัตริย์ดาวิด (มก 12:35-37)
     12 35พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหาร ตรัสถามว่า “บรรดาธรรมาจารย์พูดได้อย่างไรว่าพระคริสต์เป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิด 36เพราะกษัตริย์ดาวิดเอง เมื่อได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ได้ตรัสว่า
องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า
เชิญประทับนั่งเบื้องขวาของเรา
จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่าน
อยู่ใต้เท้าของท่าน
37เมื่อกษัตริย์ดาวิดทรงเรียกพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระคริสต์จะทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิดได้อย่างไร” ประชาชนจำนวนมากฟังพระองค์ด้วยความพอใจ


อธิบายความหมาย
          เหตุการณ์นี้ยังเกิดขึ้นในวันที่สามของสัปดาห์พระทรมาน คือวันอังคารศักดิ์สิทธิ์ เป็นการโต้เถียงครั้งสุดท้ายระหว่างพระเยซูเจ้ากับหัวหน้าชาวยิวในจำนวนการโต้เถียงทั้งหมด 5 ครั้ง ซึ่งเริ่มตั้งแต่บทที่ 11 ข้อ 27 พระเยซูเจ้ายังคงประทับอยู่ในบริเวณพระวิหารที่กรุงเยรูซาเล็ม และทรงเห็นว่า “ไม่มีผู้ใดกล้าทูลถามพระองค์อีกเลย” (มก 12:34) พะองค์เองจึงทรงตั้งคำถามแก่ผู้ฟังจำนวนมาก โดยทรงใช้วิธีของบรรดาธรรมาจารย์ในการอธิบายพระคัมภีร์ เพื่อพิสูจน์ว่า ศักดิ์ศรีพระเมสสิยาห์ไม่อยู่เพียงในการเป็นเชื้อสายของกษัตริย์ดาวิดเท่านั้น แต่สูงกว่านั้นอีก ดังที่นักบุญเปาโลยืนยันในจดหมายถึงชาวโรมว่า ตนได้รับเลือกให้ประกาศข่าวดีของพระเจ้าเกี่ยวกับ “พระบุตรของพระองค์ ซึ่งโดยธรรมชาติมนุษย์ ทรงบังเกิดในราชวงศ์กษัตริย์ดาวิด และโดยทางพระจิตเจ้าผู้ทรงบันดาลความศักดิ์สิทธิ์ ทรงได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นพระบุตรผู้ทรงอำนาจของพระเจ้า” (รม 1:3-4) แม้ข้อความนี้อยู่ในหมู่การโต้เถียง แต่โดยแท้จริงแล้ว เป็นลักษณะการปรับเปลี่ยนทัศนคติที่คับแคบเกี่ยวกับพระเมสสิยาห์

- พระเยซูเจ้าทรงสั่งสอนอยู่ในพระวิหาร ต้นฉบับภาษากรีกใช้กริยาในกาลไม่สมบูรณ์ เพื่อเสนอแนะวิธีสอนของพระเยซูเจ้าที่ซ้ำ ๆ และต่อเนื่องกัน รายละเอียดนี้ชวนผู้อ่านให้ระลึกถึงเหตุการณ์ที่ได้อ่านในบทที่ 11:27 ซึ่งกล่าวว่า เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จกลับมาที่กรุงเยรูซาเล็มเช้าวันอังคาร ขณะที่ทรงพระดำเนินอยู่พร้อมกับบรรดาศิษย์ สมาชิกบางคนของสภาซันเฮดรินเข้ามาพบพระองค์ในพระวิหาร ทูลถามหลายเรื่อง

- ตรัสถามว่า “บรรดาธรรมาจารย์พูดได้อย่างไรว่าพระคริสต์เป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิด คำว่า “โอรสของกษัตริย์ดาวิด” เป็นตำแหน่งของพระเมสสิยาห์ที่นิยมใช้กันมากที่สุด เพราะพระเมสสิยาห์ต้องเป็นลูกหลานในราชวงศ์กษัตริย์ดาวิดเท่านั้น (เทียบ 2 ซมอ 7:12-17) บารทิเมอัสคนตาบอดที่เมืองเยรีโคเรียกขานพระองค์โดยใช้ชื่อนี้ (มก 10:47-48) และยังเป็นเนื้อหาคำโห่ร้องของประชาชนเมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ากรุงเยรูซาเล็ม (มก 11:10) นักบุญมัทธิวเรียบเรียงคำโห่ร้องนี้อย่างชัดเจนว่า “โฮซานนาแด่โอรสของกษัตริย์ดาวิด” (มธ 21:9, 15) อย่างไรก็ตาม พระเยซูเจ้าไม่ทรงประสงค์ให้ผู้ใดเรียกพระองค์เช่นนี้ เพื่อจะไม่สนับสนุนความคิดชาตินิยม ซึ่งมองพระเมสสิยาห์เป็นกษัตริย์ที่มีบทบาทสำคัญทางการเมือง

- เพราะกษัตริย์ดาวิดเอง เมื่อได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ได้ตรัสว่า นักบุญเปาโลเคยเขียนในจดหมายถึงชาวโครินธ์ว่า “หากพระจิตเจ้ามิได้ทรงดลใจ ก็ไม่มีผู้ใดพูดได้ว่า ‘พระเยซู คือองค์พระผู้เป็นเจ้า’” (1 คร 12:3) พระจิตเจ้าทรงดลใจบรรดาประกาศกและทุกคนที่เขียนพระคัมภีร์ฉันใด พระองค์ก็ทรงดลใจผู้ที่ฟังพระวาจาและยอมรับว่าพระคริสตเจ้าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าฉันนั้น

-องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้าว่า เชิญประทับนั่งเบื้องขวาของเรา จนกว่าเราจะทำให้ศัตรูของท่าน อยู่ใต้เท้าของท่าน พระเยซูเจ้าทรงอ้างเพลงสดุดีบทที่ 110 ซึ่งมีข้อความนำหน้าทั้งในต้นฉบับภาษาฮีบรูและภาษากรีกว่า “เพลงสดุดีของกษัตริย์ดาวิด” หมายความว่า ธรรมประเพณีของชาวยิวถือเสมอว่าเป็นบทเพลงที่กษัตริย์ดาวิดได้แต่งขึ้นเอง นักเขียนคริสตชนโบราณอ้างถึงเพลงสดุดีบทนี้บ่อย ๆ ในความหมายพระเมสสิยาห์ และคิดว่าเพลงสดุดีนี้ทุกส่วนกล่าวถึงพระเยซูเจ้าโดยตรง (เทียบ กจ 2:34; 7:56; รม 8:34; 1 คร 15:25; อฟ 1:20; คส 3:1; ฮบ 1:3; 5:6; 7:17-21; 8:1; 10:12-13; 1 ปต 3:22) แต่ต่อมา ตั้งแต่ศตวรรษที่ 1 ถึงศตวรรษที่ 3 ข้อเขียนของชาวยิวอธิบายว่า เพลงสดุดีบทนี้หมายถึงอับราฮัมหรือกษัตริย์เฮเซคียาห์ ดังที่นักบุญยุสตินเล่าในข้อเขียนของตน ซึ่งแสดงว่าชาวยิวเริ่มอธิบายว่า เพลงสดุดีบทนี้ไม่ได้อ้างถึงพระเมสสิยาห์เลย เพื่อต่อต้านการตีความหมายของคริสตชน

- เมื่อกษัตริย์ดาวิดทรงเรียกพระคริสต์ว่าเป็นองค์พระผู้เป็นเจ้า พระคริสต์จะทรงเป็นโอรสของกษัตริย์ดาวิดได้อย่างไร” เช่นเดียวกับชาวยิวอื่น ๆ พระเยซูเจ้าทรงยอมรับว่าเพลงสดุดีบทนี้เป็นผลงานของกษัตริย์ดาวิด ซึ่งเมื่อเขียนว่า “องค์พระผู้เป็นเจ้าได้ตรัสกับองค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า” พระองค์กำลังจินตนาการว่า พระยาห์เวห์ (องค์พระผู้เป็นเจ้า) ตรัสกับพระเมสสิยาห์ (องค์พระผู้เป็นเจ้าของข้าพเจ้า) เพื่อทรงแต่งตั้งให้มีศักดิ์ศรีเป็นกษัตริย์และสมณะ รองลงมาจากศักดิ์ศรีของพระเจ้าเอง ดังนั้น พระเยซูเจ้าทรงตั้งคำถามว่า “ถ้ากษัตริย์ดาวิดแม้ได้รับการดลใจจากพระจิตเจ้า ตรัสกับพระเมสสิยาห์ในฐานะที่เป็นองค์พระผู้เป็นเจ้าของพระองค์ คงจะไม่ทรงคิดว่าพระเมสสิยาห์จะทรงเป็นเพียงบุตรหลานคนหนึ่งของพระองค์ แต่ทรงมีศักดิ์ศรีมากกว่า มิฉะนั้นแล้ว คงจะไม่เรียกพระเมสสิยาห์ว่าองค์พระผู้เป็นเจ้า” ดังนั้น แม้พระเยซูเจ้าไม่ทรงพูดถึงพระองค์เองโดยตรง ก็ยังพอพระทัยให้ทุกคนเข้าใจว่า คำนิยามพระเมสสิยาห์ไม่เป็นเพียง “โอรสของกษัตริย์ดาวิด” ยิ่งกว่านั้น นักบุญมาระโกไม่ได้บันทึกคำตอบใด ๆ ของคำถามที่พระเยซูเจ้าทรงตั้งขึ้น เขาคงจะละไว้เพื่อเชิญชวนผู้อ่านให้ค้นหาคำตอบด้วยตนเอง และแสดงความเชื่อในพระองค์

- ประชาชนจำนวนมากฟังพระองค์ด้วยความพอใจ นักบุญมาระโกเคยใช้วลีนี้ เมื่อบรรยายท่าทีของกษัตริย์เฮโรดต่อหน้ายอห์น ผู้ทำพิธีล้าง “ทรงรู้สึกสับสน แต่ก็ทรงยินดีที่จะฟัง” (มก 6:20) ส่วนนักบุญลูกาใช้สำนวนว่า “ประชาชนทุกคนกำลังตั้งใจฟังพระองค์” (ลก 19:48; เทียบ 21:38)

ค้นหาข้อความภาษาไทย

Catholic Biblical Federation

E-Book เชิญฟังพระวาจา

E-Book หนังสือ เชิญฟังพระวาจา โดย คุณพ่อทัศไนย์  คมกฤส

สื่อ-หนังสือ-เครื่องมือ

Download Banner

Download ไฟล์ Banner ข้อความ " พระวาจาทรงชีวิต"

บทความ ข้อคิด ข้อเขียน

บทเทศวันอาทิตย์ โดย ฯพณฯ ฟรังซิสเซเวียร์ วีระ อาภรณ์รัตน์
วิดีโอบทเทศวันอาทิตย์โดย พระสังฆราชยอแซฟ ลือชัย ธาตุวิสัย"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย" อธิบายพระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญมาระโก โดย บาทหลวง ฟรังซิส ไกส์
"ชวนคิด ชวนรำพึง" โดย คุณพ่อเชษฐา  ไชยเดช
รำพึงประจำวัน โดย ภราดาอำนวย ยุ่นประยงค์
รำพึงพระวาจาประจำวันโดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์ข้อคิดจากพระวาจาประจำวัน โดย..คุณพ่อฉลองรัฐ สังขรัตน์บทความบำรุงศรัทธา
พจนานุกรมพระคัมภีร์ โดยภราดา อำนวย ยุ่นประยงค์

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์ฯ

 

ศิลปะเพื่อพระเจ้า

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย สรินทร เมธีวัชรานนท์

DOWNLOAD เอกสาร

แผนอภิบาล ค.ศ.2010-2015 พระศาสนจักรคาทอลิกในประเทศไทย
บทภาวนาของคริสตชน ฉบับปรับปรุง ค.ศ.2012

แนะนำเว็บเกี่ยวกับพระคัมภีร์

South-East Asia Bible Link
Catholic biblical Federation

Friends of the Catholic Biblical Federation biblia_clerus
แผนกพระคัมภีร์ ฝ่ายงานอภิบาล อัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯ
แผนกคริสตศาสนธรรมอัครสังฆมณฑลกรุงเทพฯวิถีชุมชนวัด BEC สภาพระสังฆราชคาทอลิกประเทศไทย