"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

บทเทศน์/ข้อคิดวันอาทิตย์

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันพฤหัสบดีที่ 23 พฤศจิกายน 2017
สัปดาห์ที่ 33 เทศกาลธรรมดา
ลก 19:41-44…
       41ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทอดพระเนตรเมืองนั้นแล้วทรงกันแสง 42ตรัสว่า “ถ้าในวันนี้เจ้าเพียงแต่รู้จักทางนำไปสู่สันติก็จะเป็นการดี แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว 43วันนั้นจะมาถึงเจ้า เมื่อข้าศึกสร้างที่มั่นล้อมเจ้า จะตรึงเจ้าไว้อย่างแน่นหนารอบทุกด้าน 44จะบุกทำลายเจ้าและลูกหลานที่อาศัยอยู่ในเจ้าจนราบเป็นหน้ากลอง และจะไม่ปล่อยให้มีก้อนหินซ้อนกันอยู่ในเจ้าอีก เพราะเจ้าไม่รู้จักเวลาที่พระเจ้าเสด็จมาเยี่ยมเจ้า”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
• ตรงข้ามนครเยรูซาเล็ม จุดที่มองเห็นพระวิหารและกำแพงนคร คือ มองจากภูเขามะกอกแม้วันนี้ จุดที่เราจะเห็นนครเยรูซาเล็ม แม้ว่าปัจจุบันไม่มีพระวิหารแล้ว แต่ยังคงเห็นที่ตั้งพระวิหารและกำแพงกรุงเยรูซาเล็มแสนสวยงามจริงๆ ปัจจุบันมองไปเราก็เห็นภูเขาที่เคยตั้งพระวิหาร ที่ปัจจุบันเรียก Temple Mount ณ จุดที่ปัจจุบันเราเห็นโดมสีทองที่เรียกกันว่า Dome of the Rock ดังนั้น จากภูเขามะกอกเราจะมีจุดที่มองเห็นนครเยรูซาเล็มได้สวยงามที่สุดจริงๆ แม้ ณ วันนี้ก็เป็นเช่นนั้น...

• พ่ออยากจะเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับนครเยรูซาเล็มก็เพราะ ณ จุดที่มองเห็นพระวิหาร หรือที่ตั้งพระวิหารนี่แหละครับ เพราะในสมัยพระเยซูเจ้าพระองค์ก็เคยทอดพระเนตรนครเยรูซาเล็มและที่สำคัญ ตามที่พระวรสารได้บันทึกในวันนี้

• พระองค์ไม่ใช่เพียงแต่มองดูเยรูซาเล็มเท่านั้น แต่พระองค์ทรง “พระกันแสง” (ร้องไห้) ซึ่งพ่อถามตนเองจริงๆว่า ทำไมพระองค์ทรงพระกันแสง พระองค์ร้องไห้เมื่อทอดพระเนตรพระวิหารและนครเยรูซาเล็ม... อ่านพระวรสารวันนี้แล้วจะได้เห็นถึงความสะเทือนใจขอพระองค์จริงๆ
o ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จมาใกล้กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์ทอดพระเนตรเมืองนั้นแล้วทรงกันแสง ตรัสว่า “ถ้าในวันนี้เจ้าเพียงแต่รู้จักทางนำไปสู่สันติก็จะเป็นการดี แต่ทางนั้นถูกซ่อนไว้จากดวงตาของเจ้าเสียแล้ว

• พระเยซูเจ้าทรงพระกันแสงเมื่อทอดพระเนตรนครเยรูซาเล็ม พ่อยากเล่าเรื่องเยรูซาเล็มปัจจุบันที่พ่อไปและได้เห็นต่อครับ.. จากจุดที่พ่อบอกพ่อเพิ่งนั่งบนภูเขา ณ จุดนี้เมื่อไม่กี่วันมานี่เองไม่ถึงสัปดาห์ด้วย... คือ บนภูเขามะกอก สภาพทางภูมิศาสตร์เมื่อพระเยซูเจ้าเสด็จเข้ามาใกล้เยรูซาเล็ม ครั้งที่พระองค์เดินทางมาจากเมืองเยรีโค... พระองค์ต้องข้ามภูเขามะกอกและลงไปที่ห้วยคิดโรนและขึ้นไปเยรูซาเล็ม...ดังนั้น ณ ภูเขามะกอกสามารถมองเห็นเยรูซาเล็มได้ถนัดตา งดงามและดูสง่างามยิ่งใหญ่จริงๆ

• พี่น้องที่รัก ณ จุดจากภูเขามะกอก ปัจจุบันเมื่อเรากำลังเดินลงไปที่ห้วยคิดโรน เราจะเห็นมีจุดที่มองเห็นเยรูซาเล็มสวยมากๆ และ ณ ตรงนั้น มีวัดเล็กๆวัดหนึ่งเล็กมากๆจากภายในวัดก็เห็นนครเยรูซาเล็ม วัดนี้ชื่อ “พระเยซูเจ้ากันแสง” (Dominus Flevit) วัดนี้ประทับใจพ่อมาก และเป็นวัดเล็กๆที่อยู่ในจุดที่เราเห็นเยรูซาเล็มได้ชัด พ่อไปที่นี่บ่อยๆและทุกครั้งพ่อก็นั่งมองดูเยรูซาเล็มที่สวยงาม และพ่อก็มองดูด้วยความรู้สึกที่พ่ออยากเข้าไปนั่งในพระหฤทัยของพระเยซูเจ้า พ่ออยากรู้จริงๆว่าทำไมหนอพระองค์จึงทรงพระกันแสงเช่นนั้น

• พระวรสารนักบุญลูกาเน้นให้เราเห็นว่า พระองค์ทรงทำนายและปรารถนาที่สุดที่จะให้เยรูซาเล็ม ประชากรของนครเยรูซาเล็มได้มีตระหนักกลับใจ และให้นครแห่งนี้ได้สำนึกผิดที่ไม่ได้ใยดีหรือใส่ใจกับเสียงเตือนของประกาศก หรือการตักเตือนมากมายที่ปรารถนาให้ประชากรได้ดำเนินชีวิตไม่ไหลไปกับกระแสโลกหรือฝักใฝ่สิ่งอื่นๆ มากกว่าพระเจ้าจนทิ้งหนทางของพระเจ้าไป และจะนำไปสู่ความพินาศในที่สุด และที่เราทราบความจริง นครเยรูซาเล็ม พระวิหาร ถูกทำลายในปี ค.ศ. 70 โดยจักรวรรดิโรมันหลังสมัยพระเยซูเจ้า นครนี้ถูกทำลายเหมือนในอดีตที่เคยถูกทำลายโดยจักรวรรดิ์บาบิโลน ปี 587 ก่อน ค.ศ. สรุปได้ว่า พระเยซูเจ้าเคยทรงพระกันแสงเพราะอาลัยถึงนครแห่งนี้...เพราะไม่ได้เดินในหนทางแห่งสันติและความจริง

• พระเยซูเจ้าปรารถนาให้ชาวเยรูซาเล็มและแน่นอนหมายถึงเราผู้อ่านพระวรสารด้วย พระองค์ปรารถนาให้ตระหนักสำนึกอย่างแท้จริงในความรักของพระเจ้า และที่สำคัญเพื่อกลับใจ และดำเนินชีวิตให้สมกับเป็นนครแห่งสันติและนครแห่งประชากรของพระเจ้าจริงนั่นเอง

• พี่น้องที่รัก Amor Omnia Vicit อ่าน (อามอร์ ออมนีอา วินชิต) แปลว่า “ความรักชนะทุกสิ่ง” พ่อเห็นอะไรจากพระวรสารที่พระเยซูเจ้าทรงพระกันแสน ขณะเมื่อทรงทอดพระเนตรเยรูซาเล็มจากฝั่งภูเขามะกอกดังที่พ่อเขียนมาข้างต้น พ่อยอมรับความ “น้ำตา” โดยปกติในบริบทของพระคัมภีร์มีเหตุมาจากความเศร้าใจ... แต่สิ่งที่อยู่เบื้องลึกของน้ำตาและความเศร้า คือ “ความรัก” (Amor)
o ขณะที่พระเยซูเจ้าเสด็จขึ้นและเข้าสู่กรุงเยรูซาเล็ม พระองค์กำลังจะไปเพื่อ “รัก” คือเพื่อประกาศความรักของพระเจ้าพระบิดา พระเจ้าองค์ความรัก และกำลังจะทรงรักมนุษย์จนถึงที่สุดคือการที่จะทรงรับทรมานสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
o เมื่อทรงทอดพระเนตรเยรูซาเล็ม พระองค์ร้องไห้...ตรงนี้ทำให้พ่อต้องคิดถึงวัดน้อยๆ หลังนั้น Dominus Flevit (ดอมีนูส เฟลวิต) พระเยซูเจ้าทรงพระกันแสง (ร้องไห้) เพราะ “รัก” เยรูซาเล็ม คือ รักนครแห่งสันติสุข นครแห่งความรักของพระเจ้า คือ ทรงรักมนุษย์ทุกคนจริงๆ
o “การร้องไห้ของพระเยซู คือ ความรัก” เป็นความรักที่อัดแน่นที่สุด.. ความรักของพระเจ้าผู้ทรงรักมนุษย์ทั้งมวล

• สำหรับพ่อ “การร้องไห้คือความรักนั้นใช่” และถ้าเป็น “พระเยซูพระเจ้าจากพระบิดาทรงพระกันแสง” ทรงร้องไห้ก็เป็นการสรุปให้เห็นชัดเจนว่า.. การร้องไห้เมื่อทอดพระเนตรเยรูซาเล็มนั้นเป็นเครื่องหมายชัดเจนว่า “พระเยซูเจ้าทรงรักมนุษย์เพียงใด” และไม่ต้องสงสัยเลยเมื่อพระองค์ทรงรับทรมานสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน “ทรงรักเราถึงเพียงนี้”

• ดังนั้น “ความรักชนะทุกสิ่ง” พ่ออยากจะบอกว่า “ความรักชนะบาปทุกประการของเรา” ครับ เชื่อพ่อเถอะ แม้บาปของเราจะหนักหนานัก โดยเฉพาะ..เชื่อพ่อนะ บาปที่เกิดจากความบกพร่องในความรักแท้.. ในความโลภ ความหลง ความรักแต่ตนเอง ความรักที่ถูกละเมิด การประพฤตินอกใจกันที่ดาดดื่นเหลือเกินในปัจจุบัน การให้ค่าผิดในการขาดความรักว่าเป็นความรัก แท้จริงคือความหลง... การปล่อยตัวในความหลง ในราคะการค้ามนุษย์อย่างน่าเวทนาแต่ไร้ความรู้สึกผิด ไม่ดีเลยครับ... ล้วนเป็นบาปที่จากการขาดความรักทั้งสิ้น....

• พ่อยิ่งมั่นใจ “ความรัก(แท้)ชนะทุกสิ่ง” ขอให้เราคริสตชนประกาศ “รักแท้” ของพระเจ้านะครับ และหยุดเถอะครับความเสเพล การปล่อยตัวในความโลภ โกรธ หลง และการประพฤตินอกใจในทุกรูปแบบ หรือการประพฤติปล่อยตัวในความรักเทียมในทุกรูปแบบ... เราคริสตชนโปรดให้เกียรติ “ความรักแท้” นะครับ ความรักที่ซื่อสัตย์จริงๆ นะครับ ถ้ามิเช่นนั้น พ่อเชื่อว่าถ้าจะตีความแบบความรู้สึกมนุษย์หน่อย..การกระทำของเรา กำลังทำให้พระเจ้าองค์ความรักต้อง “ร้องไป” Deus, Dominus Flevit คือ “พระเจ้า องค์พระผู้เป็นเจ้าทรงพระกันแสง(ร้องไห้)” เพราะความรักต่อเราจริงๆ

• พี่น้องที่รัก ตระหนัก สำนึก รักแท้ และกลับใจอย่างต่อเนื่องในชีวิต คือ
o จงรักอย่างต่อเนื่อง รักแท้ รักพระเจ้า รักพี่น้องด้วยบัญญัติแห่งความรักนะครับ
o ขอพระเจ้าองค์ความรัก ทรงประทับเปี่ยมล้นในวิญญาณของเรา ทำให้เราสามารถละเลิก ความเท็จเทียมในความรัก ความเท็จเทียมที่ทำให้เราหลงไปให้จงได้นะครับ...
o ขอความรักแท้ จงชนะความรักเทียมที่เป็นความหลง ความโลภ ความไม่รู้พอและละเมิดความรักทั้งหลายในชีวิตของเรานะครับ... ไปให้พ้นเจ้าซาตานที่ขาดความรักที่สุดคือความเท็จเทียมของความรักที่จ้องแย่ง จ้องทำลาย และกระหายจะแย่งและแยกความรักแท้ไปจากเรามนุษย์... ไปให้พ้นจากเรามนุษย์และอย่าได้กลับเข้ามาอีกเลย...
o ขอพระเจ้าองค์ความรักแท้ทรงรักเราโอบกอดเรา จนเราเต็มไปด้วยความรักแท้และเป็นภูมิคุ้มกันแห่งความรักตลอดไป...อาแมน

พระวาจาประจำวัน

พระวาจาวันพฤหัสบดีที่ 30 มิถุนายน 2022
วันพฤหัสบดีที่ 29 มิถุนายน 2022นักบุญปฐมมรณสักขี แห่งพระศาสนจักรกรุงโรมบทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส ( อมส 7:10-17 ) ในครั้งนั้น อามาซิยาห์สมณะที่เมืองเบธ-เอล ส่งคนไปทูลกษัตริย์เยโรโบอัมแห่งอิสราเอลว่า “อาโมสได้คิดกบฏต่อพระองค์ในหมู่พงศ์พันธุ์อิสราเอล แผ่นดินทนฟังถ้อยคำของเขาไม่ได้ เพราะอาโมสพูดว่า ‘กษัตริย์เยโรโบอัมจะสิ้นพระชนม์ด้วยดาบ และอิสราเอลจะถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลยห่างจากแผ่นดินของตน’ ” สมณะอามาซิยาห์กล่าวแก่ประกาศกอาโมสว่า “ท่านผู้ทำนาย ไปเสียเถอะ จงกลับไปอยู่ในแผ่นดินยูดาห์ ไปทำมาหากินที่นั่น และประกาศพระวาจาทีนั่นเถิด แต่อย่าประกาศพระวาจาที่เบธ-เอลอีกต่อไป...
วันพุธที่ 29 มิถุนายน 2022สัปดาห์ที่ 13 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส ( อมส 5:14-15, 21-24...
วันอังคารที่ 28 มิถุนายน 2022ระลึกถึง นักบุญอีเรเนโอ พระสังฆราชและมรณสักขีบทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส ( อมส 3:1-8 และ...
วันจันทร์ที่ 27 มิถุนายน 2022นักบุญซีริล แห่งอเล็กซันเดรีย พระสังฆราช และนักปราชญ์แห่งพระศาสนจักรบทอ่านจากหนังสือประกาศกอาโมส ( อมส 2:6-10,...

สุข ทุกข์ อยู่กับพระ @เทเรซาน้อย

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ประกาศผลโครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ ระดับประเทศ 2022
ประกาศผลโครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ ระดับประเทศ 2022 : โครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ เป็นหนึ่งกิจกรรมของสมาคม พระคริสตธรรมไทย (Thai Bible Society-TBS) ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมประชาชนในการพัฒนาตนเองให้มีความคิดสร้างสรรค์ และเติบโตด้านจิตวิญญาณ โดยเฉพาะ “อาลักษณ์ผู้ใหญ่” ซึ่งสมาคมฯ...
ประชุมกรรมการที่ปรึกษาสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thai Bible Society-TBS)
ประชุมกรรมการที่ปรึกษาสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thai Bible Society-TBS) แบบออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Zoom วันที่ 27 พฤษภาคม ค.ศ.2022 โดยมีกรรมการเข้าร่วมประชุมฯ 7 ท่าน คือ 1. ศาสนาจารย์ธงชัย ประดับชนานุรัตน์2. ศาสนาจารย์ ดร.มาโนช แจ้งมุข3. ศาสนาจารย์ ดร.สุรเชษฐ์ อินสม4. ผู้ปกครองพิริยะ...
Synodal Prayer and Healing on March 5, 2022, 2.00 -3.00 pm
Synodal Prayer and Healing on March 5, 2022, 2.00 -3.00 pm (เวลาไทย 13.00-14.00 น.) สมาชิกสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (Catholic Biblical Federation -Southeast Asia ; CBF-SEA) ประกอบด้วยสมาชิกจาก ประเทศไทย...

"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย"

“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (2)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (2) - แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย เราไม่รู้แน่นอนว่า พระเยซูเจ้าทรงประกอบพิธีรับประทานอาหารค่ำวันฉลองปัสกาตามลำดับพิธีโบราณของชาวยิวอย่างเคร่งครัดหรือไม่ เราจึงไม่สามารถกำหนดว่าถ้วยนี้เป็นถ้วยที่เท่าไรในบรรดาสี่ถ้วยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกาและจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 บันทึกว่าพระเยซูเจ้าประทานถ้วยในตอนสุดท้ายของอาหารค่ำ คงจะเป็นถ้วยที่สามหรือถ้วยที่สี่ในพิธีกรรมวันปัสกา ส่วนนักบุญมาระโกและนักบุญมัทธิวไม่พูดถึงเรื่องเวลาเลย
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (1)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (มก 14:22-26) 1422ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (4)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (2) b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 1. พระเยซูเจ้าไม่ทรงยืนยันว่า ยูดาสทำตามชะตากรรมที่จำเป็นโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเป็นพลังที่ครอบงำและบังคับเขาให้ทรยศต่อพระอาจารย์...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (3)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (มก. 14:17-21) 1417ครั้นถึงเวลาค่ำ พระองค์เสด็จมาพร้อมกับบรรดาอัครสาวกสิบสองคน 18ขณะที่ทุกคนนั่งที่โต๊ะและกินอาหารพร้อมกับพระเยซูเจ้าอยู่นั้น พระองค์ตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า...

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

บทสวดของฉัน บทที่ 455 26 ปีที่แล้ว
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 455 26 ปีที่แล้ว:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 454 สงคราม
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 454 สงคราม:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 453 คำถามที่ไม่กล้าถาม
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 453 คำถามที่ไม่กล้าถาม:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 452 การนับพระพร (Count our Blessings)
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 452 การนับพระพร (Count our...

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

บทสวดของฉัน

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า Art for God

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์