"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

บทเทศน์/ข้อคิดวันอาทิตย์

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันเสาร์ที่ 18 กุมภาพันธ์ 2017
สัปดาห์ที่ 6 เทศกาลธรรมดา
มก 9:2-13
ต่อมาอีกหกวัน พระเยซูเจ้าทรงพาเปโตร ยากอบ และยอห์นขึ้นไปบนภูเขาสูงตามลำพัง แล้วพระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยนไปต่อหน้าเขา 3ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ 4แล้วประกาศกเอลียาห์กับโมเสสแสดงตนสนทนาอยู่กับพระเยซูเจ้า

5เปโตรจึงทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ เราจงสร้างเพิงขึ้นสามหลังเถิด หลังหนึ่งสำหรับพระองค์ หลังหนึ่งสำหรับโมเสส อีกหลังหนึ่งสำหรับประกาศกเอลียาห์” 6เขาไม่รู้ว่ากำลังพูดอะไรเพราะศิษย์ทั้งสามคนต่างตกใจกลัว 7ครั้นแล้วเมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากเมฆก้อนนั้นว่า “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด” 8ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น
9ขณะที่กำลังลงจากภูเขา พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย 10ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร 11เขาจึงทูลถามพระองค์ว่า “เหตุใดบรรดาธรรมาจารย์กล่าวว่า ประกาศกเอลียาห์จะต้องมาก่อน” 12พระองค์ตรัสตอบว่า “ใช่แล้ว เอลียาห์มาก่อนเพื่อจัดทุกสิ่งให้เข้าสภาพเดิม พระคัมภีร์เขียนไว้อย่างไรเกี่ยวกับบุตรแห่งมนุษย์ พระคัมภีร์เขียนว่าบุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทุกข์ทรมานอย่างมาก และถูกเหยียดหยาม 13ดังนั้นเราบอกท่านว่า “ประกาศกเอลียาห์ได้มาแล้ว และประชาชนทั้งหลายได้กระทำกับเขาตามความพอใจ ดังที่มีเขียนถึงเขาไว้ในพระคัมภีร์”

อรรถาธิบายและไตร่ตรอง

• วันนี้เรามาศึกษาไตร่ตรองเรื่องราวการสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ บนภูเขาทาบอร์ และเรื่องราวขณะเดินกลับลงมาจากภูเขา เรื่องราวต่อเนื่องมากๆ ในพระวรสารนักบุญมาระโก...

• เรื่องนี้ต้องอ่านเปรียบเทียบกับหนังสืออพยพ บทที่ 24

1พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า 'ท่านจงขึ้นไปเฝ้าพระยาห์เวห์บนภูเขาพร้อมกับอาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลอีกเจ็ดสิบคน ท่านทั้งหลายจะต้องกราบนมัสการเราอยู่ห่าง ๆ 2โมเสสเท่านั้นจะเข้าใกล้พระยาห์เวห์ได้ ส่วนคนอื่นจะเข้าใกล้ไม่ได้ และประชากรจะไม่ขึ้นไปพร้อมกับเขา'
9แล้วโมเสส อาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลเจ็บสิบคนขึ้นไปบนภูเขา 10และเห็นพระเจ้าของอิสราเอล ใต้พระบาทของพระองค์เป็นพื้นสุกใสเหมือนนิลสีครามบริสุทธิ์ดังท้องฟ้า...
12พระยาห์เวห์ตรัสแก่โมเสสว่า 'ท่านจงขึ้นมาหาเราบนภูเขานี้ และจงอยู่ที่นี่เถิด ...13โมเสสพร้อมกับโยชูวา ผู้ช่วยจึงเตรียมตัวขึ้นไป บนภูเขาของพระเจ้า 14เขาสั่งบรรดาผู้อาวุโสว่า 'ท่านทั้งหลายจงคอยอยู่ที่นี่จนกว่าเราจะกลับมาหาท่าน อาโรนและเฮอร์จะอยู่ที่นี่กับท่านทั้งหลาย ใครมีข้อพิพาท ก็จงมาหาเขาทั้งสองเถิด' 15โมเสสขึ้นไปบนภูเขา แล้วเมฆปกคลุมภูเขาไว้ 16พระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์ ลงมาอยู่บนภูเขาซีนาย เมฆปกคลุมภูเขานั้นไว้เป็นเวลาหกวัน ในวันที่เจ็ด พระยาห์เวห์ทรงเรียกโมเสสจากกลางเมฆนั้น 17ชาวอิสราเอลเห็นพระสิริรุ่งโรจน์ของพระยาห์เวห์เป็นเหมือนไฟลุกลามอยู่บนยอดเขา 18โมเสสเข้าไปในกลุ่มเมฆแล้วขึ้นไปบนภูเขา โมเสสอยู่บนภูเขาเป็นเวลาสี่สิบวันสี่สิบคืน

ประเด็นสำคัญ:

• เนื้อหาสาระของเรื่องนี้มีความใกล้ชิดอย่างมากกับ อพยพ 24

• การขึ้นไปบนภูเขา เพื่อประจักษ์พระวรกายอย่างรุ่งโรจน์นี้ มีเฉพาะเปโตร ยากอบ และยอห์น ติดตามพระองค์ขึ้นไป คนอื่นๆ อยู่ที่ที่ราบเชิงเขา
o ทำไมมีเพียงสามคนที่ถูกเรียกเป็นพิเศษเพื่อการนี้ สังเกตว่า ทั้งสามคนนี้อยู่ในเหตุการณ์สำคัญของพระเยซูเจ้าเสมอ (มก 5:37; 14:33) เทียบ มก 3:16 สามคนนี้อยู่ในลำดับแรกของรายชื่ออัครสาวกของพระเยซูเจ้า
o จำนวนสามเป็นจำนวนที่เกี่ยวกับพยานสำคัญ ซึ่งต้องมีสองคนขึ้นไป เทียบ อพย 24:9 “แล้วโมเสส อาโรน นาดับ อาบีฮู และผู้อาวุโสชาวอิสราเอลเจ็บสิบคนขึ้นไปบนภูเขา”

• บนภูเขาสูง ตามลำพัง ความหมาย...
o ภูเขาสูง ที่ประทับของพระเจ้า เป็นที่มนุษย์ขึ้นไปพบกับพระเจ้า
o พระวรกายของพระองค์ก็เปลี่ยน ลักษณะของคำกริยานี้เป็นแบบ Passive ซึ่งเน้นว่าการสำแดงพระวรกายนี้เป็นการกระทำของพระเจ้า “Divine Passive”
o ฉลองพระองค์กลับมีสีขาวเจิดจ้า ขาวผ่องอย่างที่ไม่มีช่างซักฟอกคนใดในโลกทำให้ขาวเช่นนั้นได้ และนี่คือผลของการกระทำของพระเจ้าซึ่งเกินกว่าความสามารถของมนุษย์ ในมัทธิวและลูกาเน้นที่พระพักตร์ของพระองค์ขาว

• เอลียาห์กับโมเสส ประจักษ์มาสนทนากับพระองค์... ความหมาย
o สองสถาบันของชาวยิวที่ประคับประคองชีวิตให้ปฏิบัติตนซื่อสัตย์ต่อยาห์เวห์ โมเสสคือผู้มอบกฎหมาย และเอลียาห์คือผู้ตำหนิติเตียน ความนอกใจของประชากร (เทียบ มลค 3:22-23 HB) แต่ข้อสังเกตคือ ทั้งสองคนนี้กลับปรากฎตัวมาสนทนากับพระเยซูเจ้า พิจารณาดีๆ ใครยิ่งใหญ่กว่ากัน
o พระเยซูคือพระบุตรของพระเจ้า โมเสสกับเอลียาห์เป็นเพียงผู้รับใช้ของพระเจ้า

• เมฆก้อนหนึ่งลอยมาปกคลุมเขาไว้ มีเสียงหนึ่งออกมาจากก้อนเมฆ ความหมาย
o นี่หมายถึงการประทับอยู่อย่างซ่อนเร้นของพระเจ้า มีเสียง แต่เมฆปกคลุมทำให้ไม่เห็นสิ่งใดมากกว่านั้น

• เสียงจากเมฆ คำสั่ง... “ผู้นี้เป็นบุตรสุดที่รักของเรา จงฟังท่านเถิด”
o นี่คือคำประกาศที่สำคัญที่สุด
o โมเสสเป็นผู้นำด้านกฏหมาย
o เอลียาห์เป็นยอดประกาศกที่ซื่อสัตย์ต่อยาห์เวห์
o ประชาชนในพันธสัญญาเดิมเคยติดตามท่านทั้งสอง
o แต่ที่นี่คือ “บุตรสุดที่รัก” และคำสั่งที่ตามมาก็คือ “จงเชื่อฟังท่านเถิด” (Shema “จงฟัง” คำสั่งที่เคยให้ฟังโมเสส เปลี่ยนไป จากกฎของยาห์เวห์ที่ประทานทางโมเสส แต่บัดนี้ฟัง ซึ่งหมายถึงเชื่อฟังและปฏิบัติตามพระบุตร)

• “ทันใดนั้น ศิษย์ทั้งสามคนเหลียวมองรอบ ๆ ไม่เห็นผู้ใดอยู่กับตนนอกจากพระเยซูเจ้าเท่านั้น” ความหมาย
o เป็นการยืนยันว่า ต่อไปนี้ ไม่ใช่โมเสส ไม่ใช่เอลียาห์
o แต่ พระเยซูคริสตเจ้าเท่านั้น ที่บรรดาศิษย์ต้องเชื่อฟัง และติดตามพระองค์

• ขณะลงจากภูเขา...
o พระองค์ตรัสสั่งเขามิให้เล่าเหตุการณ์ที่เห็นให้ผู้ใดฟัง จนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
o สังเกตว่า เรื่องราวเกี่ยวกับพระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้านั้น ยังไม่ถึงเวลาต้องเล่าให้ใครฟัง หรือเป็นไปได้ไหมที่ทรงสั่งห้ามบอกแก่ผู้ใด...เพราะพระองค์บอกให้รอจนกว่าบุตรแห่งมนุษย์จะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย
o นั่นหมายความว่า พระธรรมล้ำลึกของพระคริสตเจ้าทั้งครบนั้นย่อมต้องประกอบด้วยรหัสธรรมปัสกาทั้งครบ คือ พระทรมาน การสิ้นพระชนม์ และการกลับคืนชีพ
o สิ่งที่สำคัญคือ พระองค์เป็นพระคริสต์จริงตามที่เปโตรประกาศไว้ และยืนยันโดยการสำแดงพระวรกายอย่างรุ่งโรจน์ แต่ทว่า... พระองค์เป็นพระคริสต์ที่ต้องรับทนทรมานด้วย

• ศิษย์ทั้งสามคนเก็บเรื่องนี้ไว้ไม่บอกใครแต่ยังปรึกษากันว่า “จนกว่าจะกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย” นี้ หมายความว่าอย่างไร
o นี่คือคำตอบที่ว่า บรรดาศิษย์นั้นยังขาดความเข้าใจ เขายังคงปรึกษาหารือกัน เพราะพวกเขายังไม่ได้เข้าใจพระคริสต์ในส่วนที่ต้องรับทรมาน และสิ้นพระชนม์นั้นเอง
o อาจกล่าวได้ว่า พวกเขาเข้าใจพระคริสต์ในฐานะที่รุ่งโรจน์ และเป็นพระแมสซียาห์ ตามที่เขาคิดว่าจะมาเพื่อปราบดาภิเษกขึ้นเป็นกษัตริย์ในเยรูซาเล็ม
o เราต้องไม่ลืมว่า พระเยซูเจ้ากำลังจะไปกรุงเยรูซาแล็ม และผู้ติดตามพระองค์ส่วนใหญ่คิด และแน่ใจว่า พระองค์จะเสด็จไปเพื่อปลดอำนาจโรมลงจากอิสราแอล

• ศิษย์ถามพระองค์ขณะลงจากภูเขา... “ทำไมเอลียาห์ต้องมาก่อน” (เพราะเขาเพิ่งเห็นเอลียาห์กับโมเสส)
o ต่อคำถามนี้ ทำให้แน่ใจว่า พวกศิษย์เข้าใจว่าพระเยซูเจ้ากำลังจะไปปราบดาภิเษกจริง เพราะตามพระคัมภีร์กล่าวว่า เมื่อพระแมสซียาห์จะมา เอลียาห์ต้องมาก่อน เพื่อนำหน้าพระองค์
o ตามหนังสือประกาศกมาลาคีที่บอกว่า ในวันของพระยาห์เวห์จะมาถึง เอลียาห์จะต้องนำหน้า มาก่อน... “ดูซิ เราจะส่งประกาศกเอลียาห์มาหาท่าน ก่อนที่วันยิ่งใหญ่และน่าสะพรึงกลัวของพระยาห์เวห์จะมาถึง เขาจะทำให้ใจของพ่อกลับมาหาลูก และใจของลูกกลับไปหาพ่อ เพื่อเราจะไม่ต้องมาทำลายล้างแผ่นดิน” (มลค 3:23-24)
o ดังนั้น ศิษย์ทั้งสามคนถามพระองค์ถึงเอลียาห์ เพราะเขารู้จักหนังสือประกาศกมาลาคี และรู้ว่า เอลียาห์จะมาก่อนวันของพระยาห์เวห์ และที่สำคัญเขาเพิ่งเห็นเอลียาห์มาสนทนกับพระเยซู..
o เขาถามพระองค์ “ทำไมเอลียาห์ต้องมาก่อน” อาจเพียงเพื่อต้องการให้พระเยซูเจ้าตอบยืนยันว่าพระองค์เป็นพระคริสต์แบบที่พวกเขาคิดจริงๆ เพราะถ้าเอลียาห์มา ตามที่ประกาศกมาลาคีบอก... พระแมสซียาห์หรือพระคริสตเจ้าก็กำลังมา พวกเขาต้องการให้พระองค์ยืนยันให้พวกเขามั่นใจว่าพระองค์ คือ พระคริสต์ที่จะมาเป็นกษัตริย์ปลดปล่อยประชากรจากชาวโรม และพวกเขาหวังจะได้เป็นใหญ่กับพระองค์ โดยไม่ได้คิดหรือยอมรับได้ว่า พระองค์จะรับทรมานและสิ้นพระชนม์

• พระเยซูเจ้าตรัส “ใช่แล้ว เอลียาห์มาก่อนเพื่อจัดทุกสิ่งให้เข้าสภาพเดิม พระคัมภีร์เขียนไว้อย่างไรเกี่ยวกับบุตรแห่งมนุษย์ พระคัมภีร์เขียนว่าบุตรแห่งมนุษย์จะต้องรับทุกข์ทรมานอย่างมาก และถูกเหยียดหยาม”
o นี่คือคำตอบของพระเยซูเจ้าที่ตอกย้ำให้รู้ว่า พระคัมภีร์ที่เขียนไว้เกี่ยวกับเอลียาห์ต้องเป็นความจริง และที่เขียนไว้เกี่ยวกับพระเยซูที่จะต้องรับทรมานก็ต้องเป็นความจริงๆ
o พระองค์พยายามพาบรรดาศิษย์ให้เข้าใจ เข้าใจถ่องแท้ว่าพระองค์ที่ทรงเป็นพระคริสตเจ้าผู้ที่ต้องรับทรมานและสิ้นพระชนม์ ถ้าพวกเขาอยากติดตามพระองค์ต้องติดตามพระองค์พร้อมกับไม้กางเขนและพระทรมาน...
o พระองค์พยายามที่จะให้พวกเขาเข้าใจและให้ยอมรับพระคริสต์ทั้งครบอย่างแท้จริง

การไตร่ตรอง: ชีวิตของเราเชื่อฟังใคร

เราพบความจริงจากพระวรสารนักบุญมาระโกว่า พระเยซูเจ้าคือพระบุตรของพระเจ้า และเราถูกเรียกร้องให้ฟัง “เชื่อฟัง” พระองค์ (อยู่กับพระองค์)
• ชีวิตของเราทุกวันนี้ เราเชื่อฟังใคร??
• เราเชื่อฟังพระเยซูเจ้าจริงหรือ??
• เราอยู่กับพระองค์จริงๆ หรือเราอยู่ในที่ที่เรียกว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า ที่นี่สบายน่าอยู่จริง ๆ”??
• ศูนย์กลางชีวิตของเราแต่ละคนอยู่ที่พระเยซูเจ้าหรือไม่ อย่างไร??

• พระเยซูเจ้าทรงทำให้บรรดาศิษย์เห็นความรุ่งโรจน์ของพระองค์ก็จริง แต่ขณะนั้นเองพระองค์ทรงสอนเขา และพยายามเปลี่ยนความเข้าใจของเขาให้รับรู้ และยอมรับความจริงของพระคริสตเจ้า คือความบริบูรณ์ในองค์พระคริสตเจ้านั่นเอง แต่ดูเหมือนบรรดาศิษย์จะพยายามที่จะเข้าใจพระองค์ในฐานะพระคริสต์ที่รุ่งเรือง ซึ่งเป็นการยอมรับพระองค์เพียงบางส่วนเท่านั้น
• สำหรับเราทุกคน เรายอมรับพระคริสตเจ้าทั้งครบหรือไม่???
• ต่อปัญหาในชีวิต ในหน้าที่การงาน หรือความยากลำบากต่างๆ นั้น เราเผชิญปัญหานี้อย่างไร???
• เราเคยมีคำถามในทำนองนี้บ้างไหมเมื่อต้องเผชิญกับความยากลำบาก คำถามที่มองหาแต่ส่วนที่เป็นความสุขหรือความสำเร็จเท่านั้น โดยไม่ได้ยอมรับความจริงว่า ความทุกข์ คือส่วนหนึ่งของการติดตามพระคริสตเจ้า บนหนทางแห่งไม้กางเขนของพระองค์

พระวาจาประจำวัน

พระวาจาวันจันทร์ที่ 3 ตุลาคม 2022
วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2022สัปดาห์ที่ 27 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากจดหมายนักบุญเปาโลถึงชาวกาลาเทีย (กท 1:6-12) พี่น้อง ข้าพเจ้าประหลาดใจที่ท่านทั้งหลายหันเหอย่างรวดเร็วจากพระบิดาผู้ทรงเรียกท่านด้วยพระหรรษทานของพระคริสตเจ้า ไปเชื่อข่าวดีอื่น อันที่จริงแล้วข่าวดีอื่นนั้นไม่มี แต่มีบางคนก่อความวุ่นวายในหมู่ท่านทั้งหลาย และประสงค์จะบิดเบือนข่าวดีของพระคริสตเจ้า แต่ถ้าเราหรือทูตสวรรค์ประกาศข่าวดีขัดแย้งกับที่เราเคยประกาศแก่ท่าน ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด บัดนี้ ข้าพเจ้าขอพูดย้ำสิ่งที่ข้าพเจ้าเคยพูดไว้ก่อนอีกครั้งหนึ่งว่า ถ้าใครประกาศข่าวดีแก่ท่านขัดแย้งกับข่าวดีที่ท่านเคยรับไว้ ก็ขอให้ผู้นั้นถูกสาปแช่งเถิด บัดนี้ ข้าพเจ้ากำลังเอาใจมนุษย์หรือพระเจ้า ข้าพเจ้าพยายามเอาใจมนุษย์กระนั้นหรือ หากข้าพเจ้ายังเอาใจมนุษย์ ข้าพเจ้าก็คงไม่เป็นผู้รับใช้ของพระคริสตเจ้า...
วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2022วันอาทิตย์ที่ 27 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกฮาบากุก (ฮบก 1:2-3; 2:2-44) ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า...
วันเสาร์ที่ 1 ตุลาคม 2022ฉลองนักบุญเทเรซาแห่งพระกุมารเยซู พรหมจารีบทอ่านจากหนังสือประกาศกอิสยาห์ (อสย 66:10-14) ท่านทั้งหลายจงยินดีกับกรุงเยรูซาเล็ม ท่านทั้งหลายที่รักกรุงเยรูซาเล็ม จงชื่นชมกับกรุงนี้เถิด...
วันศุกร์ที่ 30 กันยายน 2022ระลึกถึง น.เยโรม พระสงฆ์และนักปราชญ์บทอ่านจากหนังสือโยบ (โยบ 38:1, 12-21; 40:3-5)...

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

ประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thai bible society-TBS)
วันพุธที่ 7 กันยายน 2022 คุณครูทัศนีย์ มธุรสสุวรรณ ร่วมประชุมกรรมการอำนวยการสมาคมพระคริสตธรรมไทย (Thai bible society-TBS) มีกรรมการเข้าประชุมฯ 10 ท่าน ฝ่ายคาทอลิกเข้าร่วมประชุม 1...
TBS FAIR 2022
เชิญลงทะเบียนสำหรับผู้มาร่วมงานประชุมสมัชชาสมาคมพระคริสตธรรมไทย ประจำปี 2021 วันเสาร์ที่ 8 ตุลาคม 2022 เวลา 9:00-12:00 น. ณ คริสตจักรกิจการของพระคริสต์ (สถานนมัสการอโศก) อาคาร PS Tower ชั้น 24 ถ.สุขุมวิท 21 (อโศก) กรุงเทพฯ (คลิก https://bit.ly/3Ccj3kl )
การแข่งขัน ซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ระดับประเทศ ประจำปี 2022 รูปแบบใหม่ แข่งขันเดี่ยว 2 รอบ
การแข่งขัน ซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ระดับประเทศ ประจำปี 2022 รูปแบบใหม่ แข่งขันเดี่ยว 2 รอบพระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 1-26 ฉบับมาตรฐาน เท่านั้น คุณสมบัติผู้สมัคร รุ่นเล็ก ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 รุ่นกลาง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 รุ่นใหญ่ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4-6

"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย"

“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (2)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (2) - แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย เราไม่รู้แน่นอนว่า พระเยซูเจ้าทรงประกอบพิธีรับประทานอาหารค่ำวันฉลองปัสกาตามลำดับพิธีโบราณของชาวยิวอย่างเคร่งครัดหรือไม่ เราจึงไม่สามารถกำหนดว่าถ้วยนี้เป็นถ้วยที่เท่าไรในบรรดาสี่ถ้วยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกาและจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 บันทึกว่าพระเยซูเจ้าประทานถ้วยในตอนสุดท้ายของอาหารค่ำ คงจะเป็นถ้วยที่สามหรือถ้วยที่สี่ในพิธีกรรมวันปัสกา ส่วนนักบุญมาระโกและนักบุญมัทธิวไม่พูดถึงเรื่องเวลาเลย
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (1)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (มก 14:22-26) 1422ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (4)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (2) b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 1. พระเยซูเจ้าไม่ทรงยืนยันว่า ยูดาสทำตามชะตากรรมที่จำเป็นโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเป็นพลังที่ครอบงำและบังคับเขาให้ทรยศต่อพระอาจารย์...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (3)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (มก. 14:17-21) 1417ครั้นถึงเวลาค่ำ พระองค์เสด็จมาพร้อมกับบรรดาอัครสาวกสิบสองคน 18ขณะที่ทุกคนนั่งที่โต๊ะและกินอาหารพร้อมกับพระเยซูเจ้าอยู่นั้น พระองค์ตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า...

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

บทสวดของฉัน บทที่ 460 รางวัลคุณธรรมอวอร์ด
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 460 รางวัลคุณธรรมอวอร์ด:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 459 แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 459 แสวงจุดร่วม สงวนจุดต่าง:::: อ่าน/ดาวน์โหลด...
บทสวดของฉัน บทที่ 458 สายลม และ แสงแดด
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 458 สายลม และ แสงแดด::::...
บทสวดของฉัน บทที่ 457 ข้าวละมาน และ ข้าวสาลี
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 457 ข้าวละมาน และ ข้าวสาลี::::...

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

บทสวดของฉัน

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า Art for God

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์