"จงยึดพระวาจาแห่งชีวิตมั่นไว้" (ฟป. 2:16)

บทเทศน์/ข้อคิดวันอาทิตย์

รำพึงพระวาจาประจำวัน โดยคุณพ่อสมเกียรติ  ตรีนิกร
วันจันทร์ที่ 28 กันยายน 2015
สัปดาห์ที่ยี่สิบหก เทศกาลธรรมดา

ลก 9:46-50…

46บรรดาศิษย์เริ่มถกเถียงกันว่าคนใดในกลุ่มยิ่งใหญ่ที่สุด 47พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของเขาจึงทรงจูงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมายืนใกล้พระองค์ 48ตรัสว่า “ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”
49ยอห์นทูลพระเยซูเจ้าว่า “พระอาจารย์เจ้าข้า เราได้เห็นคนหนึ่งขับไล่ปีศาจในพระนามพระองค์ แต่เขาไม่ได้อยู่กับเรา เราพยายามห้ามปรามไว้ เพราะเขาไม่ใช่พวกเดียวกับเรา 50แต่พระเยซูเจ้าทรงตอบว่า “อย่าห้ามเขาเลย ผู้ใดที่ไม่ต่อต้านท่าน ผู้นั้นก็เป็นฝ่ายท่าน”


อรรถาธิบายและไตร่ตรอง
 
• พระองค์กับบรรดาศิษย์กลังเสด็จขึ้นไปเยรูซาเล็ม และตลอดการเดินทางของพระเยซูเจ้ากับบรรดาศิษย์นี้... ถ้าเราอ่านพระวรสารนักบุญมาระโกด้วย เราจะพบว่าขณะเดินทางหลังจากพระองค์ประกาศถึงพระทรมานที่จะทรงรับเป็นครั้ง ที่สอง... บรรดาศิษย์ไม่ได้ตั้งใจฟังเรื่องพระทรมานเลย แต่พวกเขาต่างคิดว่า ถ้าไปถึงกรุงเยรูซาเล็ม ถ้าพระองค์เป็นกษัตริย์ที่นั่นอย่างที่พวกเขาคิด ที่พวกเขาคาดหวังและติดตามมา.. ถ้าเช่นนั้น...แล้วใครในพวกเขาจะยิ่งใหญ่กว่ากัน ใครจะได้ครองตำแหน่งอะไรกันบ้างหนอ ใครจะยิ่งใหญ่ที่สุดเล่า และพวกเขาก็ถกเถียงกันเรื่องนี้

• พระวรสารลูกาก็ได้บันทึกเรื่องนี้ว่า “บรรดาศิษย์เริ่มถกเถียงกันว่าคนใดในกลุ่มยิ่งใหญ่ที่สุด พระเยซูเจ้าทรงทราบความคิดของ” 

o พระองค์ทรงทราบความคิดของพวกเขา พระองค์ได้ยินพวกเขาแน่ๆ มาระโกบันทึกว่าพวกเขาเถียงกันระหว่างเดินทางตามหลังพระองค์มา พระองค์ทรงทราบว่าพวกเขามัวเถียงเกี่ยงกันว่าใครจะเป็นใหญ่กว่ากัน หรือใครจะยิ่งใหญ่ที่สุด....

o เราเห็นความแตกต่างของความเข้าใจของบรรดาศิษย์ของพระองค์ กับความจริงที่พระองค์สอน 

o ข้อสังเกตที่สำคัญและตอกย้ำข้ออ้างนี้คือ การถกเถียงกันนี้เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่พระเยซูเจ้าประกาศคำทำนาย หรือสอนความจริงเกี่ยวกับพระแมสซียาห์หรือพระคริสตเจ้าให้กับพวกเขาเป็นการ ส่วนตัว เป็นความรู้โดยเฉพาะสำหรับพวกเขา

o แต่เหตุการณ์การถกเถียงกันของพวกเขาเช่นนี้ทำให้เข้าใจได้ว่า บรรดาศิษย์เดินกับพระองค์ก็จริง แต่ความเข้าใจของพวกเขาไม่ใช่สิ่งที่พระองค์สอน หรือพวกเขาไม่สนใจ หรือว่าไม่ต้องการคิดถึงชะตากรรมนั้น แต่บรรดาศิษย์ต่างวางแผนว่าเมื่อเข้าเยรูซาแล็มและเมื่อพระองค์ยิ่งใหญ่แล้ว ใครในพวกเขาจะเป็นใหญ่กว่ากัน

o พี่น้องที่รัก ฤาว่าธรรมชาติของเรามนุษย์ปกติเป็นเช่นนี้ที่ต่างคิดกันถึงแต่เรื่องความ ยิ่งใหญ่ ใครจะเป็นใหญ่ที่สุด ใครจะได้ครองตำแหน่งสูดสุด...

• ถ้าเปรียบดูในพระวรสารมาระโกได้บันทึกไปตรงที่ว่า “พระองค์ได้ประทับนั่ง” หลังจากได้ฟังพวกเขาเถียงกันระหว่างเดินทาง... การประทับนั่งเป็นตำแหน่งของอาจารย์ที่สอนอย่างทรงอำนาจ ให้เราดูอาจารยานุภาพ (การสอนด้วยอำนาจของพระศาสนจักร) ทุกครั้งที่พระองค์ประทับนั่งสอน พระองค์กำลังสอนความจริงที่สำคัญเสมอ ขณะสอนความจริงสำคัญๆ พระองค์จะประทับนั่งเสมอ นี่หมายความว่า ต่อไปนี้เป็นคำสอนสำคัญมากในการเป็นศิษย์ของพระองค์ในเรื่องความเป็นใหญ่ใน หมู่บรรดาศิษย์

• เรื่องนี้สอนเราได้ดีมาก สอนพ่อเองในฐานะพระสงฆ์ที่กำลังเป็นศิษย์ของพระเยซูอย่างพิเศษหน่อยในการรับ ใช้ติดตาม สอนพ่อได้ดีมาก และแน่นอนที่สุดคำสอนนี้ใช้สอนบรรดาพระสังฆราช พระสงฆ์ นักบวช หรือคริสตชนที่เป็นใหญ่เป็นโตได้ดีมากๆ (ดู มธ 5 พระโอวาทบนภูเขา มก 4:1; 13:3)

o ทรงเรียกอัครสาวกสิบสองคนเข้ามา ดูเหมือนมีเรื่องต้องชี้แจงให้พวกเขาเข้าใจหนทางของพระองค์จริงๆ นั่นหมายความว่า คำสอนต่อไปนี้จำเป็นและต้องเป็นเอกลักษณ์ของศิษย์ที่เดินใกล้ชิดมากกว่าใคร ในการติดตามพระองค์

o “ความเป็นใหญ่ของพระเยซูเจ้าคือการต้อนรับและการรับใช้...” การต้อนรับโดยเฉพาะอย่างยิ่ง การต้อนรับบรรดาเด็กเล็กๆ หนทางของพระเยซูเจ้าคือหนทางแห่งการรับใช้

o ให้เราคิดถึงชื่อตำแน่งที่ใช้กับพระสันตะปาปาไหม ทำไมจึงได้ชื่อว่าเป็น “Servus Servorum” (ผู้รับใช้ของบรรดาผู้รับใช้ทั้งหลาย “ทาส” นั่นเอง) ดังนั้นเครื่องหมายแสดงความยิ่งใหญ่ที่แท้จริงคือ “การรับใช้”

• “เขาจึงทรงจูงเด็กเล็กๆ คนหนึ่งมายืนใกล้พระองค์ ตรัสว่า “ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”

o “ผู้ใดที่ต้อนรับเด็กเล็ก ๆ...”

o หลักการที่พระเยซูเจ้าทรงให้ คือ “การต้อนรับ” 

o การต้อนรับเป็นเครื่องหมายของการรับใช้ ซึ่งหมายถึงการเปิดประตูต้อนรับ และเปิดทางให้ผู้อื่นเข้ามาในบ้านหรือในชีวิตของตนเอง หรือในหมู่คณะของตนเอง

• คำสอนที่พระเยซูเจ้าให้แก่บรรดาศิษย์ของพระองค์ ซึ่งเป็นเครื่องหมายแห่งการต้อนรับพระอาณาจักรของพระเจ้า เปรียบเหมือนการเปิดต้อนรับผู้เล็กน้อยคือเด็กเล็ก และคำสอนที่เป็นแก่นคือ ใครที่อยากเป็นที่หนึ่งนั้นต้องรับใช้ทุกคน กล่าวโดยสรุปได้ไหมว่า ผู้ที่เป็นศิษย์ของพระเยซูเจ้าที่แท้จริงนั้นต้อง “ต้อนรับพี่น้องทุกคน” 

o พี่น้องที่รักให้เราทุกคน พ่อด้วยจดจำไว้นะว่า “การต้อนรับ คือ ความรัก” คือความเป็นใหญ่ในความรักจริงๆ การต้อนรับเป็นเครื่องหมายของความเป็นใหญ่ 

o ไม่ใช่การต้อนรับแบบคนใหญ่โตเท่ากันต้องไปต้อนรับกันแบบสังคมโลก การเมืองหรือสังคม... เช่น กษัตริย์ต้องเสด็จไปต้อนรับกษัตริย์ที่เป็นใหญ่เท่าๆกัน ผู้นำรัฐต้องไปต้อนรับผู้นำรัฐ ในฐานะเท่าๆกัน 

o กระแสโลกเป็นแบบนี้ จะกำหนดงาน การต้อนรับ เป็นเรื่องใหญ่และวุ่นวาย ต้องกำหนดตำแหน่งให้เหมาะสม คนที่เป็นใหญ่กว่าจะไปต้อนรับคนที่ตำแหน่งเล็กกว่าตนไม่ได้ ไม่เหมาะสม ต้องสมกัน มีเกียรติหรือตำแหน่งเพียงกัน เพื่อความที่เรียกว่าเหมาะสม ต้องมีการจัดรูปแบบการต้อนรับอย่างเหมาะสม หรือที่เรียกว่า “สมเกียรติ” ต่อกันทั้งสองฝ่าย...

• แต่พระเยซูเจ้าสอน “ต้อนรับเด็กเล็กๆ ใครต้อนรับเด็กเล็กๆ ผู้นั้นเป็นใหญ่ที่สุด...”

o นี่คือจิตตารมณ์พระเยซู คำสอนของพระเยซู และ

o คือเหตุผลที่เสด็จลงมาหาเรา มาต้อนรับเราให้กลับบ้านพระบิดา... 

o เปรียบเหมือนบิดาที่ยืนคอยลูกกลับบ้าน เมื่อลูกล้างผลาญหักหาญความรักของบิดาได้ทิ้งบิดาไปแดนไกลกำลังหมดตัวจนทาง และกำลังกลับบ้าน (ซึ่งน่าตีเสียให้เข็ด ลงโทษเสียให้หราบจำ) แต่กลับเป็นว่า บิดายืนรอ บิดาเห็นลูกแต่ไกล บิดาก็วิ่งไปต้อนรับ สวมกอดและจูบเขา... 

o พี่น้องที่รัก... นี่คือจิตตารมณ์ของเราที่พระเยซูเจ้าสอน ต้อนรับด้วยความรักจริงๆ

• ประสบการณ์ของพ่อนิดหนึ่งครับ

o พ่อไปมาเลเซียหลายครั้ง และไปที่อัครสังฆมณฑลกุชิง ซาราวัค ที่นั่นมีคริสตชนในสังฆมณฑลเดียวเกือบสองแสนคน มากกว่าครึ่งหนึ่งของประเทศไทยเราสิบสังฆมณฑลรวมกัน... พระอัครสังฆราชยอห์น ฮา ท่านเป็นคนที่พ่อเคารพท่านมาก ท่านเป็นอาจารย์พระคัมภีร์ และเรียนพรคัมภีร์จบระดับปริญญาเอกพระคัมภีร์เพียงคนเดียวที่มีในภาคพื้น แหลมทองของประเทศในแถบนี้... พ่อมีโอกาสได้รู้จักท่าน และท่านก็รักพระสงฆ์ไทย รักประเทศไทย พ่อเคยเชิญท่านมาสอนพระสงฆ์ไทยบ่อยๆ ท่านให้เกียรติและต้อนรับพ่อมาก จนพ่อไม่สมควรอะไรกับท่านเมื่อท่านเป็นอัครสังฆราช...

o พ่อไปที่กุชิงหลายครั้งสักห้าครั้งเห็นจะได้... ไปงานรับหน้าที่พระอัครสังฆราชของท่านฮาเอง ไปบวชพระสังฆราชใหม่ สองครั้งในสังฆมณฑลแถบนั้น ทุกครั้งพ่อก็ต้องบินไปลงที่นี่ ที่กุชิงก่อน เคยไปงานบวชสี่สิบปีสงฆ์ของท่าน และไปเข้าเงียบส่วนตัวหนึ่งสัปดาห์กับท่าน... และล่าสุดเมื่อสองวันก่อนพ่อกลับมาจากทีนี่ที่พ่องานบวชพระสังฆราชผู้ช่วย ของท่าน

o สิ่งที่พ่อจะเล่า คือ ทั้งห้าครั้งที่พ่อเดินทางไปในรอบสิบกว่าปี... ทุกครั้งที่พ่อเอง พ่อสมเกียรติพระสงฆ์ไร้ตำแหน่งใดๆ เป็นพระสงฆ์องค์หนึ่ง พระสงฆ์ที่เล็กๆ (ไม่ใช่ขนาดตัวและน้ำหนักนะครับ) คือ ไม่มีตำแหน่งอะไร ไม่เคยเป็นพ่อเจ้าวัดใดๆ เป็นแต่พ่อก็เป็นพระสงฆ์ที่รักท่านเคารพท่าน แต่ทว่า ท่านก็ให้เกียรติและเอ็นดูช่วยเหลือใส่ใจอย่างอบอุ่นมาก... 

o ห้าครั้งที่พ่อเดินทางไปลงสนามบินที่กุชิง... คนที่มาต้อนรับ ผู้มารับพ่อที่สนามบินด้วยตนเองตลอดมาคือพระอัครสังฆราชท่านนี้ ท่านยอห์น ฮา พระอัครสังฆราชของอัครสังฆมฑลกุชิง พ่อต้องกล่าวถึงท่านในการเขียนนี้ เพราะนี่คือตัวอย่าง คือบทสอน คือชีวิตแบบอย่างดีที่พ่อได้เห็นเป็นประจักษ์ ท่านเก่งมากๆในฐานะนักพระคัมภีร์ ท่านแกร่งมากในการอภิบาลและทำงาน แต่ท่านใกล้ชิดกับผู้คนและเรียบง่ายเป็นที่สุด... พ่อเองเมื่อเดินออกจากสนามบินเข้าเมือง ทุกครั้งเลย... คนแรกที่พ่อเห็นมายืนรอพ่อเสมอที่ประตูทางออกจากสนามบินคือ “ท่านยอห์น ฮา พระอัครสังฆราชแห่งกุชิง” 

o พี่น้องที่รัก....พ่อต้องยอมรับว่า พ่อไม่เหมาะสมที่จะให้ท่านมาต้อนรับพ่อเลย... แต่ท่านทำเช่นนี้เสมอ นี่คือพระอัครสังฆราชชุมพาบาลของอัครสังฆมณฑลที่มีสัตบุรุษประมาณสองแสนคน เกือบเท่าเราสิบสังฆมณฑลรวมกัน... 

o โอ พ่อยอมรับว่า พ่อต้องย่อตัวลงขอบคุณ กราบของพระคุณ อยากจะกราบลงไปที่พื้นเพื่อขอขอบคุณสำหรับการ “ต้อนรับ”

o ใช่ เหมือนที่พระเยซูเจ้าสอนทุกประการ ““ผู้ใดต้อนรับเด็กเล็กๆ คนนี้ในนามของเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับเรา ผู้ใดต้อนรับเรา ผู้นั้นก็ต้อนรับผู้ที่ทรงส่งเรามา เพราะในกลุ่มของท่าน ผู้ใดเล็กที่สุด ผู้นั้นย่อมเป็นผู้ยิ่งใหญ่ที่สุด”” 

o วันนี้ ประสบการณ์ที่พ่อกำลังเขียนไป และกำลังเล่าไป พ่อยอมรับว่าพ่อน้ำตาคลออิ่มใจ น้ำตาจิไหล (จะไหล ภาษาแช็ตครับ)... เพราะระลึกถึงความเมตตาและการมายืนคอยต้อนรับที่พ่อได้รับจากท่านฮา... คงเป็นเพราะพ่อเพิ่งกลับมาจากกุชิงสองวันก่อนนี้เอง และก็เป็นท่านที่มายืนรอรับที่สนามบินเช่นเคย...

o พ่อคิดถึงสิ่งที่พรเยซูเจ้าทำกับเราด้วยการเสด็จมาหาเรา รักเรา ไถ่เรา รับเรากลับจากความบาป ไปสู่การคืนดีทุกวันจนเราต้องร้องว่า... “พระเจ้าข้า ข้าพเจ้าไม่สมควรให้พระเสด็จเข้ามาใต้ชายคาของข้าพเจ้า... ขอโปรดตรัสแต่คำเดียว...”

• นี่คือคำสอน เรื่องความเป็นใหญ่ สำหรับพระศาสนจักรคาทอลิกและคริสตชนทุกคน ความเป็นใหญ่แท้จริงคือการต้อนรับบ และการรับใช้ นี่เป็นพระบัญชา และคำสอนที่แตกต่างจากคำสอนหรือกระแสประเพณีปฏิบัติของทางโลกหรือโลกีย์ พระเยซูเจ้าทรงสอนเราทุกคนจริงๆ ให้ต้อนรับและรับใช้เสมอ ดังเช่นพระองค์เอง

• พี่น้องที่รัก พระสันตะปาปาฟรังซิสเพิ่งสอนบรรดาพระสังฆราชเมื่อสามสี่วันก่อนครับ... ที่อเมริกา (ส่วนต่อไปนี้ ขอบคุณ Pope Report ครับพ่อยกมาจากเพจของเขา...)

o สมเด็จพระสันตะปาปา ฟรังซิส ทรงสอนพระสังฆราชคาทอลิกอเมริกัน อย่าหลงตัวเอง อย่าใช้วาจาแข็งกร้าวและทำให้เกิดความแตกแยก อย่าเสวนาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแต่จงเสวนาด้วยความซื่อสัตย์ในพระคริสตเจ้า 

o ทรงย้ำ พระสังฆราชต้องยกสายตาของฝูงแกะให้มองไปที่พระเจ้า ไม่ใช่มองมาที่ตัวเอง ทรงสอนให้พระสังฆราชต้องใกล้ชิดกับพระสงฆ์และต้องช่วยเหลือผู้อพยพลี้ภัยทุก คน 

o การเป็นนายชุมพาบาลไม่ใช่การเทศน์สอนหลักความเชื่อที่ซับซ้อน แต่คือการประกาศพระคริสตเจ้าด้วยความชื่นชมยินดี

o แนวทางการอภิบาลของพวกเราคือการให้ประชากรของพระเจ้าได้รับรู้ว่า สารของพระคริสตเจ้ามีความหมายกับพวกเขาอย่างไร จะเติมเต็มและหล่อเลี้ยงพวกเขาได้อย่างไร

o ในฐานะนายชุมพาบาล พวกบรรดาพระสังฆราชต้องมองไปยังฝูงแกะด้วยสายตาของพระเจ้า ช่วยเหลือพวกเขาและยกสายตาของเขาขึ้นไปหาพระเจ้า ไม่ใช่มองมาที่ตัวพวกเรา

o พวกเราพระสังฆราชต้องไม่ตกเป็นเหยื่อการประจญจากการหลงตัวเอง ซึ่งจะบดบังสายตาเรา มันทำให้เสียงของเราไม่ได้ยินและการกระทำของเราไม่บังเกิดผล

o พ่ออยากพูดกับพวกท่านเรื่องการอภิบาลในฐานะพระสังฆราช เราต้องส่งเสริมการพบหน้าปฏิสัมพันธ์กัน

o การเสวนาพูดจากันคือวิธีของพวกเรา อย่าเสวนาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแต่จงเสวนากันด้วยความซื่อสัตย์ในพระคริสตเจ้า เราต้องเสวนากันแบบปราศจากความกลัวและด้วยความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อกัน

o จำไว้ว่า ภาษาที่แข็งกร้าวและทำให้เกิดความแตกแยกไม่ใช่ของคู่ควรกับผู้อภิบาล อาจทำให้เราชนะคนอื่นได้ แต่ความดีและความรักเท่านั้นที่จะปรากฏเด่นชัดอย่างแท้จริง

o พระสังฆราชที่รัก บางครั้งพวกท่านอาจคิดว่า แอกที่แบกอยู่นั้นหนักมากจนเราลืมคิดไปว่า พระเจ้าประทานแอกนั้นมาให้เราแบกด้วยความชื่นชมยินดี ขอให้ท่านเรียนรู้จากพระเยซูผู้ทรงสุภาพและถ่อมตนในเรื่องนี้

o หน้าที่ของพระสังฆราชคือการเป็นหนึ่งเดียวกับพระคริสตเจ้า เราต้องมอบเชื้อแป้งที่ดีของความเป็นหนึ่งเดียวกันให้กับสังคมอเมริกัน

พระวาจาประจำวัน

พระวาจาวันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2022
วันศุกร์ที่ 19 สิงหาคม 2022น.ยอห์นเอิ๊ด พระสงฆ์บทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 37:1-14) พระหัตถ์องค์พระผู้เป็นเจ้าอยู่เหนือข้าพเจ้า พระจิตขององค์พระผู้เป็นเจ้าทรงนำข้าพเจ้าออกมา และวางข้าพเจ้าไว้กลางหุบเขาที่มีกระดูกเต็มไปหมด พระองค์ทรงนำข้าพเจ้าเดินไปโดยรอบใกล้ๆ กระดูกเหล่านั้น ข้าพเจ้าเห็นว่ามีกระดูกมากทีเดียวในหุบเขานั้น เป็นกระดูกแห้งสนิท พระองค์ตรัสถามข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย กระดูกเหล่านี้จะกลับมีชีวิตได้ไหม” ข้าพเจ้าทูลตอบว่า “ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า พระองค์ก็ทรงทราบอยู่แล้ว” พระองค์ตรัสกับข้าพเจ้าอีกว่า “จงประกาศพระวาจาเหนือกระดูกเหล่านี้ จงกล่าวแก่กระดูกเหล่านี้ว่า ‘กระดูกแห้งเอ๋ย...
วันพฤหัสบดีที่ 18 สิงหาคม 2022สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 36:23-28) องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้า...
วันพุธที่ 17 สิงหาคม 2022สัปดาห์ที่ 20 เทศกาลธรรมดาบทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 34:1-11) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย...
วันอังคารที่ 16 สิงหาคม 2022น.สเตเฟน แห่งประเทศฮังการีบทอ่านจากหนังสือประกาศกเอเสเคียล (อสค 28:1-10) องค์พระผู้เป็นเจ้าตรัสกับข้าพเจ้าว่า “บุตรแห่งมนุษย์เอ๋ย จงบอกเจ้าเมืองไทระว่า...

ข่าวสารและประชาสัมพันธ์

การแข่งขัน ซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ระดับประเทศ ประจำปี 2022 รูปแบบใหม่ แข่งขันเดี่ยว 2 รอบ
การแข่งขัน ซูเปอร์จิ๋วเจาะโลกพระคัมภีร์ ระดับประเทศ ประจำปี 2022 รูปแบบใหม่ แข่งขันเดี่ยว 2 รอบพระธรรมเยเรมีย์ บทที่ 1-26 ฉบับมาตรฐาน เท่านั้น คุณสมบัติผู้สมัคร รุ่นเล็ก...
ข่าวจากสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก
ข่าวจากสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิก วันที่ 15 กรกฎาคม 2022 วันสุดท้ายของการเลือกตั้งผู้แทนรับผิดชอบ กรรมการของสหพันธ์พระคัมภีร์คาทอลิกโซนเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ (CBF-SEA) ในการประชุม วันที่ 25 กรกฎาคม 2022 มีการประกาศ ดังนี้ บิชอปที่ปรึกษาของ CBF-SEA1.Bishop Broderick Pabillo (ฟิลิปปินส์)2.Bishop Vira Arpondratana บิชอปที่รับผิดชอบแผนกพระคัมภีร์ ของมาเลเซีย-สิงค์โปร์ บรูไน...
ประกาศผลโครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ ระดับประเทศ 2022
ประกาศผลโครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ ระดับประเทศ 2022 : โครงการอาลักษณ์จิ๋วและอาลักษณ์ผู้ใหญ่ เป็นหนึ่งกิจกรรมของสมาคม พระคริสตธรรมไทย (Thai Bible Society-TBS) ที่จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมประชาชนในการพัฒนาตนเองให้มีความคิดสร้างสรรค์ และเติบโตด้านจิตวิญญาณ โดยเฉพาะ “อาลักษณ์ผู้ใหญ่” ซึ่งสมาคมฯ ได้จัดขึ้นเป็นครั้งแรกในปี 2021 ก็ได้ช่วยสนับสนุนให้ครอบครัวมีกิจกรรมร่วมกันผ่านการใคร่ครวญพระวจนะพระเจ้า และจดจำเนื้อหาพระคัมภีร์ ในปีนี้จัดให้มีการคัดลอกพระคัมภีร์ด้วยลายมือ โดยคัดลอกพระคัมภีร์หนังสือเยเรมีย์ จำนวน 7 บท และ...

"ข้าพเจ้าจะเข้าใจได้อย่างไร ถ้าไม่มีใครอธิบาย"

“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (2)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (2) - แล้วพระองค์ทรงหยิบถ้วย เราไม่รู้แน่นอนว่า พระเยซูเจ้าทรงประกอบพิธีรับประทานอาหารค่ำวันฉลองปัสกาตามลำดับพิธีโบราณของชาวยิวอย่างเคร่งครัดหรือไม่ เราจึงไม่สามารถกำหนดว่าถ้วยนี้เป็นถ้วยที่เท่าไรในบรรดาสี่ถ้วยที่ได้กล่าวมาแล้วข้างต้น พระวรสารตามคำบอกเล่าของนักบุญลูกาและจดหมายถึงชาวโครินธ์ ฉบับที่ 1 บันทึกว่าพระเยซูเจ้าประทานถ้วยในตอนสุดท้ายของอาหารค่ำ คงจะเป็นถ้วยที่สามหรือถ้วยที่สี่ในพิธีกรรมวันปัสกา ส่วนนักบุญมาระโกและนักบุญมัทธิวไม่พูดถึงเรื่องเวลาเลย
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรา นี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” (1)
“จงรับเถิด นี่เป็นกายของเรานี่เป็นโลหิตของเรา โลหิตแห่งพันธสัญญา” 74. พระเยซูเจ้าทรงตั้งศีลมหาสนิท (มก 14:22-26) 1422ขณะที่ทุกคนกำลังกินอาหารอยู่นั้น พระองค์ทรงหยิบขนมปัง ตรัสถวายพระพร...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (4)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (2) b) ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน 1. พระเยซูเจ้าไม่ทรงยืนยันว่า ยูดาสทำตามชะตากรรมที่จำเป็นโดยไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ ซึ่งเป็นพลังที่ครอบงำและบังคับเขาให้ทรยศต่อพระอาจารย์...
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” (3)
“จงจัดเตรียมปัสกาไว้สำหรับพวกเราที่นั่นแหละ” 74. พระเยซูเจ้าทรงทำนายถึงการทรยศของยูดาส (มก. 14:17-21) 1417ครั้นถึงเวลาค่ำ พระองค์เสด็จมาพร้อมกับบรรดาอัครสาวกสิบสองคน 18ขณะที่ทุกคนนั่งที่โต๊ะและกินอาหารพร้อมกับพระเยซูเจ้าอยู่นั้น พระองค์ตรัสว่า “เราบอกความจริงกับท่านทั้งหลายว่า...

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

บทสวดของฉัน บทที่ 458 สายลม และ แสงแดด
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 458 สายลม และ แสงแดด:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 457 ข้าวละมาน และ ข้าวสาลี
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 457 ข้าวละมาน และ ข้าวสาลี::::...
บทสวดของฉัน บทที่ 456 พรุ่งนี้อาจมาไม่ถึง
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 456 พรุ่งนี้อาจมาไม่ถึง:::: อ่าน/ดาวน์โหลด ::::
บทสวดของฉัน บทที่ 455 26 ปีที่แล้ว
My Little Prayers บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่งบทที่ 455 26 ปีที่แล้ว:::: อ่าน/ดาวน์โหลด...

เช้าวันใหม่ใส่ใจพระวาจา

Lectio Divina-Daily 2022

Sinapis เมล็ดพันธุ์แห่งพระวาจา

เช้าวันเสาร์เราคิดถึงพระวาจา

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

สมัครเรียนพระคัมภีร์ไปรษณีย์

Video อบรมพระคัมภีร์

ความรู้พื้นฐานพระคัมภีร์และหนังสือปฐมกาล

หนังสืออพยพและเลวีนิติ

หนังสือกันดารวิถีและเฉลยธรรมบัญญัติ

หนังสือโยชูวา ผู้วินิจฉัยและนางรูธ

หนังสือซามูแอล ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศ์กษัตริย์ ฉบับที่ 1 และ ฉบับที่ 2

หนังสือพงศาวดาร เอสราและเนหะมีย์

หนังสือโทบิต ยูดิธ เอสเธอร์และมัคคาบี 1 และ 2

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับประกาศกและประกาศกอาโมส

หนังสือประกาศกโฮเชยาและมีคาห์

หนังสือประกาศกอิสยาห์

หนังสือประกาศกโยนาห์และประกาศกเศฟันยาห์

หนังสือประกาศกนาฮูมและฮาบากุก

หนังสือประกาศกเยเรมีห์-เพลงคร่ำครวญ-บารุค

หนังสือประกาศกเอเสเคียลและดาเนียล

บทเทศน์บนภูเขา มธ. 5-7

พระวรสารนักบุญมัทธิว 10,13,18

พระวรสารนักบุญมาระโก

หนังสือกิจการอัครสาวก

สมณลิขิตVerbum Domini

สมณลิขิตเตือน Verbum Domini ของสมเด็จพระสันตะปาปา เบเนดิกต์ที่ 1

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

สกู๊ป-พระวาจาบันดาลชีวิต

เชิญมาอ่านพระคัมภีร์กันเถอะ

บทสวดของฉัน

บทสวดของฉัน โดย ลูกของพระองค์คนหนึ่ง

ศิลปะเพื่อพระเจ้า Art for God

ศิลปะเพื่อพระเจ้า โดย ศรินทร เมธีวัชรานนท์